วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หนองคาย - ราคาดอกไม้ปรับขึ้นก่อนถึงวันวิสาขบูชา ทั้งเจอปัญหาดอกไม้จากภาคเหนือขาดตลาดจากแผ่นดินไหว

     วันนี้ (12 พ.ค. 57) ที่ร้านจำหน่ายดอกไม้สด ตลาดสดเทศบาลเมืองท่าบ่อ จ.หนองคาย บรรดาแม่ค้าจำหน่ายดอกไม้สดรายย่อย ต่างสั่งดอกไม้บูชาพระช่วงวันวิสาขบูชามาไว้เพื่อรองรับประชาชนที่จะมาซื้อดอกไม้ไปประกอบพิธีทางพุทธศาสนาในวันวิสาขบูชา นี้
      แม่ค้าร้านดอกไม้สด ต่างกล่าวว่า ราคาดอกไม้ในช่วงวันวิสาขบูชาปีนี้ได้ปรับสูงขึ้น โดยดอกดาวเรืองนั่นไม่มีส่ง ขาดตลาด และดอกบัวจากเดิมขายส่ง 100 ดอก ราคา 80 บาท ปรับขึ้นเป็นดอกละ 1 บาท ส่วนดอกเบญจมาส ดอกมำไข่ดาว ต้องสั่งจากภาคเหนือ ซึ่งภายในพื้นที่นั้นไม่มี ไม่ออกดอกเพราะอากาศร้อน พอหลังจากเกิดเหตุแผ่นไหวในพื้นภาคเหนือเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ดอกไม้สดขาดตลาด มาส่งแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ ของการสั่งซื้อ เนื่องจากพื้นที่ปลูกดอกไม้ได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหว ต้องใช้ดอกไม้ชนิดอื่นทดแทน.

วันเสาร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หนองคาย - ชาวบ้าน บ้านดอนขม ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ อนุรักษ์ประเพณีแห่บุญบั้งไฟขอฝนแก่พญาแถน เทพยาดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล สะท้อนวัฒนธรรมความเชื่อ ช่วยเป็นขวัญสร้างกำลังใจชาวบ้านมาช้านาน


     เวลา 14.30 น. วันนี้ (10 พ.ค. 57) ชาวบ้าน บ้านดอนขม ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย หลายร้อยคน พร้อมด้วยนายโสภณ สรรพศิลป์ นายก อบต.บ้านเดื่อ ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ร่วมกันจัดงานอนุรักษ์ประเพณีแห่บุญบั้งไฟ ประจำปี 2557 สืบสานประเพณีความเชื่อของชาวบ้านมาช้านานในช่วงเดือนหกของทุกๆปี โดยมีนายศรัณยู จันทรวงศ์ สมาชิกสภาจังหวัดหนองคาย เป็นประธานในพิธีเปิด
     สำหรับประเพณีบุญบั้งไฟดังกล่าว ชาวบ้าน บ้านดอนขม ได้จัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นการอนุรักษ์ประเพณีอันดั่งเดิมไว้ให้ลูกหลายสืบทอดต่อไป และเชื่อว่าเมื่อจัดงานนี้แล้ว จะทำให้พญาแถนและเทพยาดา รวมถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จะดลบันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ สะท้อนวัฒนธรรมความเชื่อ ช่วยเป็นขวัญสร้างกำลังใจชาวบ้านมาช้านาน
     โดยขบวนบั้งไฟได้แห่ไปตามถนนภายในหมู่บ้าน ซึ่งจะมีสมาชิกแต่ละคุ้ม ได้จัดทำบั้งไฟขนาดต่างๆ มาร่วมขบวนแห่บั้งไฟกันมาแบบเต็มที่ มีขบวนตกแต่งรถบั้งไฟที่สวยงาม ขาดไม่ได้คือการฟ้อนรำ มีมากันทั้งแบบสวยงาม ทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ หรือว่ามาแบบแฟนซี ผีตาโขน ขบวนรำซิ่ง ที่มีชาวบ้านมาเต้นร่วมกันอยางสนุกทีเดียว. 

วันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ปี 2557 พระยาแรกนาเสี่ยงทายผ้านุ่งได้น้ำน้อย พระโคกินน้ำ-หญ้าทายว่าน้ำท่าบริบูรณ์


      เวลา 08.30 น. วันนี้ (9 พ.ค. 57) สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินในพระราชพิธิพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ณ บริเวณมณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยมีคณะรัฐมนตรี เหล่าบรรดาข้าราชการ เกษตรกร และประชาชนทั่วไป เฝ้าฯรับเสด็จ
     สำหรับ พระราชพิธิพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เป็นพระราชพิธีซึ่งจัดขึ้นเพื่อก่อให้เกิดความเป็นสิริมงคลแก่เกษตรกรของประเทศไทย มุ่งหมายบำรุงขวัญให้กำลังใจแก่เกษตรกร ที่ถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ

     โดยในปีนี้ ผลการเสี่ยงทาย ในพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี 2557 ปรากฏว่า พระโคได้กินน้ำหรือหญ้า พยากรณ์ว่า น้ำท่าจะบริบูรณ์พอสมควร ธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหาร จะอุดมสมบูรณ์ และในการเสี่ยงทายผ้านุ่งเสี่ยงทายพยากรณ์ว่า น้ำน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนอาจจะเสียหายบ้างได้ผลไม่เต็มที่.

ชาวนาใน จังหวัดหนองคาย ถือฤกษ์ดีในวันพืชมงคลปีนี้ เริ่มต้นฤดูกาลหว่านไถปักดำนาข้าวของตัวเอง เพราะเชื่อว่าจะเกิดความเป็นสิริมงคลจะทำให้นาข้าวอุดมสมบูรณ์ และได้ผลผลิตดี โดยนำพระราชดำริแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการทำนาเพื่อลดต้นทุน


     วันนี้ (9 พ.ค. 57 ) ชาวนาในหลายๆ พื้นที่ จังหวัดหนองคาย ถือฤกษ์ดีในวันพืชมงคลปีนี้ เริ่มต้นฤดูกาลหว่านไถปักดำนาข้าวของตัวเอง เพราะเชื่อว่าจะเกิดความเป็นสิริมงคลจะทำให้นาข้าวอุดมสมบูรณ์ และได้ผลผลิตดี ซึ่งถือเป็นความเชื่อของเกษตรกรที่สืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต
      นายชาญชัย เหลาพรหม อายุ 49 ปี เกษตรกรบ้านป่าสักใต้ หมู่ 4 ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันดี เป็นวันมงคล เป็นรางบอกในสิ่งที่ดีๆ จะมีสิ่งของเข้าสู่ครอบครัว ผลผลิตข้าวก็อาจจะดีขึ้น เพราะพันธุ์ข้าวที่ทำเป็นพันธุ์ข้าวในส่วนของพิธีประกอบแรกนาขวัญ เป็นข้าวเหนียวพันธุ์ กข. 6 โดยได้ทำนาตามแนวทางพระราชดำริของในหลวง ในด้านเศรษฐกิจพอเพียง มาใช้ในการทำนา ก็ขอให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระชนมายุยิ่งยื่นนาน ให้เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของชาวไทยตลอดไปหมื่นๆ ปี เพราะว่าสิ่งที่ผมทำให้พระองค์ยังไม่สามารถทดแทนคืนให้กับในหลวงได้ ไม่มีโอกาสตอบแทนพระองค์ ก็ต้องอาศัยการตอบแทนในด้านพระราชดำริของในหลวงซึ่งเป็นแนวทางที่ดีมากๆ ก็เลยพาครอบครัวยึดหลักปฏิบัติแนวทางพระราชดำริพอเพียง ด้วยการทำนาเอง ไม่จ้างแรงงาน เพื่อลดต้นทุน ทำตามแนวทางที่ในหลวงได้ให้ไว้ เพื่อจะอยู่รอดได้ต่อไป.


วันพฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หนองคาย - เกษตรกร ในพื้นที่อำเภอท่าบ่อ เริ่มหว่านไถ ปักดำ โอดประสบปัญหาค่าจ้างปักดำแพง วันละกว่า 300 บาท ต้องหันลงทุนซื้อเครื่องจักรปักดำเพื่อลดต้นทุน แนะอยากให้รัฐบาลยกเลิกโครงการจำนำข้าว เป็นประกันราคาข้าวแทน เพราะสร้างความเชื่อมั่นให้เกษตรกร รับตั้งแต่นำข้าวเข้าร่วมโครงการ 7 เดือน ยังไม่ได้รับเงินจำนำข้าวเท่าทุกวันนี้

     วันนี้ ( 8 พ.ค. 57 ) เกษตรกรผู้ปลูกข้าวในหลายๆ พื้นที่ ของอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เริ่มลงมือหว่านไถ ปักดำ หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นาข้าวได้ผลผลิตตามฤดูกาล แต่ในขณะเดียวกันในช่วงนี้มีการแข่งขันจ้างแรงงานปักดำนา ทำให้ค่าจ้างแรงงานแพงตั้งแต่ต้นฤดู ตกวันละประมาณ 300-350 บาท และหาแรงงานยาก ทำให้ชาวนาปรับรูปแบบการทำนาโดยการลงทุนซื้อเครื่องจักรปักดำ เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการจ้างแรงงานปักดำ
     นายชาญชัย เหลาพรหม อายุ 49 ปี เกษตรกรบ้านป่าสักใต้ หมู่ 4 ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย เปิดเผยว่า ปีนี้ตนต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรปักดำ ในราคา 180,000 บาท ผ่อนส่งปีละ 50,000 บาท  เพื่อลดต้นทุนไม่ต้องเสียค่าจ้างแรงงานแพง ตกอยู่ 300 บาท/วัน/คน ตนมีผืนนาอยู่ 10 ไร่ โดยต้องใช้คนดำนาถึง 40 คน/วัน รวมค่าแรงแล้วตก 12,000 บาท/วัน ซึ่งเป็นการลงทุนที่สูงมาก และหาแรงงานยากมาก แรงงานบางคนโก่งราคาถึง 350 บาท เทียบกับเครื่องปักดำแล้วประหยัดค่าแรงถึง 3 เท่าตัว ตกวันละ 200 บาท เป็นค่าน้ำมัน ทั้งประหยัดเวลา ไม่ต้องปักดำ และลดต้นทุนไม่ต้องเสียค่าจ้างแรงงานแพง และได้ผลผลิตใกล้เคียงกับนาแบบเดิมๆ เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ซึ่งการทำนาปีต้องแบกภาระต้นทุนสูง เนื่องจากทั้งค่าใช้จ่ายน้ำมันแพง และค่าจ้างแรงงาน ค่าปุ๋ย ค่าแรงงาน แถมประสบปัญหาภัยธรรมชาติเสี่ยงกับน้ำท่วมเนื่องจากอยู่ในพื้นที่เป็นแอ่งกระทะ ทำให้ผลผลิตการเกษตรนาข้าว ไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร บางรายประสบปัญหาขาดทุนหนัก
     นายชาญชัย เหลาพรหม ยังเปิดเผยอีกว่า ตนได้เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีได้ 7 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงิน ทำให้ต้องแบกรับภาระหนี้สินและเสียดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เพราะรอเงินรับจำนำข้าวจาก ธ.ก.ส. มาใช้หนี้และใช้จ่ายในครอบครัว โชคดีที่ยังได้เงินจากการขายข้าวนาปรังได้ หักค่าใช้จ่ายแล้ว เหลือเงินอยู่ประมาณ 40,000 บาท ซึ่งก็พอทำให้มีเงินลงทุนทำข้าวนาปีในฤดูกาลนี้ได้ จึงอยากจะให้รัฐบาลได้พิจารณายกเลิกโครงการรับจำนำข้าว มาเป็นโครงการประกันราคาข้าวอย่างเดิม เพราะจะทำให้เกษตรกรมีความเชื่อมั่นในการลงทุน เป็นการประกันว่าชาวนาจะขายข้าวได้ทุกปี ถึงแม่ราคาจะตำกว่าในปัจจุบัน แต่ก็ยังดีที่ยังไม่ได้เงิน ซึ่งเกษตรกรจะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากกว่า และราคาข้าวจะเป็นไปตามกลไกตลาดไม่มีการบิดเบือน และปัญหาทุจริตคอรัปชันจากเจ้าหน้าที่รัฐก็มีน้อยมาก และเงินสู่มือชาวนาโดยตรง.

หนองคาย - พบศพหญิงนิรนาม ถูกคนร้ายใช้เชือกรัดคอ นำศพทิ้งลงแม่น้ำโขง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เร่งติดตามคนร้ายดำเนินคดี


          เวลา 08.20 น. วันนี้ (8 พ.ค. 57) พ.ต.ต.สายัณห์ นาพา สารวัตรเวร สภ.ท่าบ่อ รับแจ้งพบศพหญิงอายุประมาณ 25-30 ปี ที่ริมฝั่งแม่น้ำโขง หมู่ที่ 9 ต.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย แพทย์เวรโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ และหน่วยกู้ภัยประจักษ์ จุด อำเภอท่าบ่อ
        ที่เกิดเหตุพบศพหญิงสาวสภาพเปลือยเปล่า อายุประมาณ 25-30 ปี บริเวณลำคอถูกรัดด้วยเชือกพันติดกับด้ามไม้กวาด ยาวประมาณ 30 เซนติเมตร มีรอยสักบริเวณเหนือเนินอกด้านซ้าย เป็นลายเส้นกราฟิกคล้ายรูปมังกร และรอยสักเส้นกราฟิกที่หัวไหล่ซ้าย หางคิ้วซ้ายมีรอยแตก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 12 ชั่วโมง ใกล้จุดเกิดเหตุยังพบเสื้อผ้าคาดว่าเป็นของผู้ตาย เป็นเสื้อยืดแขนยาวแบบมีหมวก (ฮูท) สีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ ชุดชั้นใน ผ้าเช็ดตัวสีขาว 1 ผืน มีกลิ่นอุจจาระปัสสาวะคละคลุ้งตามเสื้อผ้า
     เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ยังไม่พบหลักฐานที่ระบุว่าผู้ตายเป็นใคร มาจากไหน เพราะไม่มีหลักฐานของผู้ตาย ซึ่งทางตำรวจจะเร่งสืบหาว่าในพื้นที่และโรงพักใกล้เคียง มีการแจ้งคนหายไว้บ้างหรือไม่ เพื่อเป็นเบาะแสในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี คาดว่าผู้ตายกับคนร้ายน่าจะรู้จักกัน โดยอาจจะนัดพบกันหรือรับผู้ตายมาบริเวณดังกล่าว แต่อาจจะทะเลาะ หรือตกลงบางอย่างไม่ได้จึงได้ลงมือฆ่า โดยอาจจะหยิบเชือกมารัดคอก่อนพันเข้ากับด้ามไม้กวาดแล้วหมุนจนแน่น จนแน่ใจว่าผู้ตายเสียชีวิต ค่อยเปลื้องผ้านำศพโยนลงน้ำ เพื่ออำพรางคดี บริเวณหางคิ้วซ้ายอาจแตกขณะถูกโยนลงน้ำโขงแล้วกระแทกกับก้อนหินในน้ำ เนื่องจากบริเวณจุดเกิดเหตุอยู่ใกล้กับสถานที่ก่อสร้างอาจมีอุปกรณ์ที่ใช้ก่อเหตุได้ ซึ่งจะเก็บศพไว้ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบ่อ รอญาติติดต่อขอรับศพ และจะได้สืบสวนหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป. 

วันจันทร์ที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

หนองคาย - รวบหนุ่มตากขับเก๋งข้ามไปลาว ขากลับขนยาบ้าซ่อนไว้ในช่องเก็บล้ออะไหล่ใกว่า 180 มัด รวม 376,000 เม็ด สารภาพได้ค่าจ้าง 300,000 บาท นำส่งพิษณุโลก


     วันท่ี 4 พ.ค. 57 ที่ด่านพรมแดนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว อ.เมือง จ.หนองคาย ฝั่งขาเข้าประเทศ นายไพศาล ชื่นจิตร รองอธิบดีกรมศุลกากร นายวรวุฒิ วิบูลย์ศิริชัย ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรภาค 2 พล.ต.ต.ชูรัตน์ ปานเหง้า ผบก.สส.ภ.4 พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ตม.ภ.4 พร้อมชุดสนธิกำลังสกัดกั้นยาเสพติดจังหวัดหนองคาย ร่วมแถลงข่าวการจับกุมนายชนะ แซ่ว้าง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142 หมู่ 6 ต.โมโกร อ.อุ้งผาง จ.ตาก จับได้ขณะขับรถยนต์เปอร์โย สีดำ ทะเบียน 6 ธ 3210 กรุงเทพมหานคร เข้ามาจากประเทศลาว มาทำพิธีการผ่านแดน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบรถพบบริเวณท้ายรถที่เก็บล้ออะไหล่มีการดัดแปลงเป็นช่อง ภายในซุกซ่อนยาบ้าห่อเป็นมัดด้วยเทปกาวอย่างแน่นหนา 180 มัด รวม 376,000 เม็ด มูลค่า 72 ล้านบาท

     นายชนะ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับว่าจ้างจากชายคนหนึ่งให้ไปรับยาบ้าที่นครหลวงเวียงจันทน์ นำมาส่งที่ จ.พิษณุโลก ในราคา 300,000 บาท จึงขับรถยนต์ของตัวเองไป พอถึงที่โรงแรมแห่งหนึ่งในนครหลวงเวียงจันทน์ คืนวันที่ 3 พฤษภาคที่ผ่านมา มีชายชาวลาวไม่ทราบชื่อนำยาบ้ามาส่งให้ จึงนำยาบ้าทั้งหมดซุกซ่อนในช่องลับที่ดัดแปลงไว้ท้ายรถ เช้าวันที่ 4 พฤษภาคม จึงเดินทางกลับเข้าประเทศไทย
     โดยรับว่าทำครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ยาบ้า 20 มัด หรือ 40,000 เม็ด ค่าจ้าง 60,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมือง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป