วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หนองคาย - กองกำลังรักษาความสงบฯ สนธิกำลังตำรวจ และฝ่ายปกครอง เข้าทำลายต้นกระท่อม ที่มีผู้ลักลอบปลูกกลางสวนยางพารา


      วันที่ 28 ส.ค. 57 กองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดหนองคาย สนธิกำลังตำรวจ สภ.โพธิ์ตาก และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอโพธิ์ตาก กว่า 20 นาย พร้อมมีดพร้า ร่วมกันเดินทางไปที่บ้านสาวแล หมู่ที่ 4 ,บ้านห้วยหมากพริก หมู่ที่ 7 ,บ้านพรเจริญ หมู่ที่ 9 และบ้านภูพนังม่วง หมู่ที่ 8 ในพื้นที่ตำบลด่านศรีสุข อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย   เพื่อเข้าทำการตรวจสอบและทำลายต้นใบกระท่อม ที่ปลูกกลางสวนยาพารา  ซึ่งต้นใบกระท่อมมีทั้งต้นเล็กและต้นใหญ่ ขนาด 4 เดือนถึง 5 ปี  จำนวน 6 ต้น ปลูกผสมไปกับต้นยางพารา  เพื่อหลบสายตาเจ้าหน้าที่ไม่ให้พบเห็นได้ง่าย เจ้าหน้าที่จึงได้แยกย้ายกันเข้าทำลาย
     จากการเข้าทำลายต้นใบกระท่อมครั้งนี้ ไม่มีผู้ใดรับเป็นเจ้าของ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะดำเนินการติดตามหาเจ้าของ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนั้น  เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านอีกว่า ยังมีการลักลอบปลูกต้นใบกระท่อมอีกกว่า 200 ต้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ฯ จะได้ดำเนินการตรวจสอบและเข้าทำลายต้นใบกระท่อมต่อไป


     สำหรับต้นใบกระท่อมที่ทำลาย ทราบว่า ได้นำพันธุ์มาจากทางภาคใต้ปะปนมากับพันธุ์ปาล์มน้ำมัน โดยนำมาติดตากับต้นทม ซึ่งเป็นต้นไม้ที่อุ้มน้ำได้มาก ทำให้ต้นใบกระท่อมที่นำมาติดตาเจริญเติบโตเร็ว และกลมกลืนกับต้นทมที่มีลักษณะคล้ายกัน อีกทั้งสถานที่ปลูกเป็นพื้นที่ๆ อุดมสมบูรณ์ทำให้ต้นใบกระท่อมเจริญเติบโตเร็ว.

วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หนองคาย - กองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดหนองคาย ร่วมกับที่ดินจังหวัด ตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชาวบ้านกว่า 50 คน ลงพื้นที่ตรวจสอบเขตรางวัด กรณีมีผู้บุกรุกเข้าทำกินในที่หลวงกว่า 20 ไร่ โดยไม่ได้รับอนุญาต


      หลังจากเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบการบุกรุกที่หลวง เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา และเมื่อวันที่ วันที่ 28 ส.ค. 57 ที่พื้นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์บ้านสาวแล ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอโพธิ์ตาก จังหวัดหนองคาย ซึ่งเป็นที่ตั้งที่ว่าการอำเภอโพธิ์ตาก  สภ.โพธิ์ตาก และ ศูนย์การเรียนรู้ตามอัธยาศัย (กศน.) ทางกองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดหนองคาย กรมทหารราบที่ 13 นำโดย ร้อยตรีชำนาญ  นาใต้ ,นายถาวร  สังฆมาน ปลัดอาวุโสอำเภอโพธิ์ตาก นายนคร  นุกูลรักษ์ หัวหน้าฝ่ายช่างรางวัด สำนักงานที่ดิน จ.หนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์ตาก ตัวแทนกำนันผู้ใหญ่บ้าน ส.อบต.โพธิ์ตาก และชาวบ้าน กว่า 50 คน  พร้อมด้วยผู้ที่เข้าไปทำกินในที่หลวง ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่ๆ เป็นที่ดินหลวง
     ซึ่งเป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์บ้านสาวแลสาธารณะประโยชน์ ตำบลโพธิ์ตาก อำเภอศรีเชียงใหม่ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เลขที่ นค.0377 เนื้อที่ 417 ไร่  2 งาน ออกให้เมื่อ 26 ส.ค.2537 ตามระวางรูปถ่ายทางอากาศ บ้านดอนไผ่ หมายเลข 54441 แผ่นที่ 86 มาตราส่วน 1:5,000 ของกรมแผนที่ทหาร เมื่อเดือน พ.ย.2520 อยู่ในความดูแลของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นที่ส่วนราชการอำเภอโพธิ์ตาก มีรั้วกำแพงกั้นแนวเขตอย่างชัดเจน  และเมื่อประมาณ ปี 2547 ได้มีผู้บุกรุกเข้าไปปลูกยางพารา ประมาณ 20 ไร่ และปรากฏชื่อผู้บุกรุกคือ นางนาง  ฝั่งซ้าย พร้อมกับพวก หลังจากได้เดินสำรวจ ได้มาประชุมสรุปชี้แจงให้ผู้ที่เข้าไปทำกินและประชาชนได้รับทราบ

     นายนคร  นุกูลรักษ์ หัวหน้าฝ่ายช่างรางวัด สำนักงานที่ดิน จ.หนองคาย ยืนยันว่า จากการตรวจสอบเขตรางวัด ครั้งนี้  พบว่าเนื้อที่ประมาณ 20 ไร่ ที่ผู้บุกรุกได้เข้าไปทำกินด้วยการปลูกต้นยางพารา อยู่บริเวณด้านข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ตาก ซึ่งทับซ้อนกับที่สาธารณประโยชน์ นสล. เลขที่ นค.0377
     นายบุญส่ง นามโคตร ผู้ที่เข้าไปทำกินในที่ดินดังกล่าว กล่าวว่า ได้ครอบครองที่ดินแปลงนี้ต่อจากบิดามาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่เป็นที่ดินมือเปล่าที่คนมีสิทธิ์ทำกิน
     ด้าน นายถาวร สังฆมาน ปลัดอำเภอโพธิ์ตาก กล่าวว่า ตามปรากฏในแผนที่ของกรมที่ดินปี 2539 ปรากฏว่า ที่ดินที่มีการบุกรุกที่หลวงนั้น อยู่ในเขต นสล. จริง ซึ่งทางอำเภอ และ อบต.โพธิ์ตาก จะได้ร่วมกันพิจารณาดำเนินการ โดยเรียกผู้บุกรุกเข้ามาทำความเข้าใจในขั้นตอนต่อไป

     ซึ่งหลังจากได้ทำความเข้าใจกับผู้บุกรุกแล้ว ได้มีชาวบ้านเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ ทำการตรวจสอบถึงการเข้าบุกรุกที่ดินทำเลในพื้นที่อำเภอโพธิ์ตาก ซึ่งมีการบุกรุกหลายแปลงด้วย โดยเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบและทวงคืนต่อไป.

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หนองคาย - อำเภอศรีเชียงใหม่ ร่วมกับกองกำลังรักษาความสงบฯ จัดกิจกรรม “โครงการอำเภอ...ยิ้มเคลื่อนที่ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ให้กับประชาชน” ในพื้นที่ อบต.พระพุทธบาท เพื่อนำบ้านเมืองไปสู่ความสงบ สามัคคี เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี


     วันนี้ (27 ส.ค. 57) ที่ อบต.พระพุทธบาท อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย นายไพฑูรย์ จิตต์สุทธิผล นายอำเภอศรีเชียงใหม่ พร้อมร้อยตรีเรืองยศ ปักกาเวสูง ผู้ช่วยนายทหารกิจการพลเรือนประจำจังหวัดหนองคาย พันจ่าเอกพิเชษฐ์ ไพรพะยอม นายก อบต.พระพุทธบาท และหัวหน้าส่วนราชการอำเภอศรีเชียงใหม่ พ่อค้า ประชาชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารท้องถิ่น ร่วมกิจกรรม โครงการอำเภอ...ยิ้มเคลื่อนที่ สร้างความปรองดองสมานฉันท์ ให้กับประชาชนในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลพระพุทธบาท  โดยนายอำเภอศรีเชียงใหม่ นำหัวหน้าส่วนราชการกล่าวพบปะกับประชาชนและชี้แจงข้อราชการให้แก่ประชาชนได้รับทราบ และพูดถึงการลงพื้นที่จัดโครงการอำเภอ...ยิ้มเคลื่อนที่ โดยเฉพาะแนวทางการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร
     ด้านร้อยตรีเรืองยศ ปักกาเวสูง ได้กล่าวถึงการดำเนินแผนงานของคณะ คสช. ถึงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ เพื่อนำบ้านเมืองไปสู่ความสงบ และเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดี พร้อมจัดเวทีเสนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อหาทางออกร่วมกัน ในการกำหนดแผนพัฒนาประเทศ ลดความขัดแย้ง สร้างความรัก ความสามัคคี คืนความสุขให้ประชาชน

     สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มีบริการตรวจสุขภาพฟรีโดยหน่วยทหาร และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพระพุทธบาท การบริการฝากเงินออมทรัพย์กับธนาคารออมสิน จำหน่ายสินค้าเกษตรปลอดภัยและผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมทั้งการบริการอื่นๆ ของส่วนราชการ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา และค่าใช้จ่ายโดยประชาชนไม่ต้องเดินทางไปรับบริการถึงตัวอำเภอ.

หนองคาย - เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากร สนธิกำลังทหาร กองกำลังรักษาความสงบฯ ตำรวจภูธรหนองคาย จับกุม 2 สาวลาว พร้อมยาบ้า 2,949 เม็ด ซุนซ่อนในทวารหนัก สารภาพไปส่งพ่อค้า จ.เลย ได้ค่าจ้าง คนละ 10,000 บาท


     วันนี้ (27 ส.ค. 57) ที่ด่านศุลกากรหนองคาย ฝั่งขาเข้าประเทศไทย นายอัสนีย์  เรืองบุญ นายด่านศุลกากรหนองคาย ร่วมกับ ร้อยเอกสุริยันต์  คามเขต  กองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดหนองคาย ตำรวจภูธรหนองคาย พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ประจำด่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว จำนวนหนึ่ง ร่วมกันจับกุม นางมนเพ็ด หลวงลาด อายุ 28 ปี และ นางพูเงิน  หลวงลาด อายุ 30 ปี ทั้งสองเป็นน้าหลานกัน อยู่เมืองท้าว แขวงไชยบุรี สปป.ลาว พร้อมยาบ้า จำนวน  2,949 เม็ด ซึ่งซุกซ่อนมาในทวารหนัก
     การจับกุมครั้งนี้ ขณะเจ้าหน้าที่ฝั่งขาเข้าประเทศปฏิบัติงานตามปกติ พบหญิงสาวชาวลาวทั้งสองเดินลงจากรถโดยสารวิ่งระหว่างประเทศ  ผ่านเข้ามาทำพิธีกรรมทางศุลกากร ท่าทางมีพิรุธและแสดงอาการตกใจ เจ้าหน้าที่จึงได้เรียกตรวจและนำตัวเข้าเครื่องเอ็กซเรย์ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในช่องทวารหนักของทั้งสองคน  จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ให้ขับถ่ายออกมา พบยาบ้าพันด้วยเทปกาวพันสายไฟสีดำ คนละ 3 ก้อน จึงควบคุมตัวมาทำการสอบสวน
     จากการสอบสวนเบื้องต้น ทั้งสองคนรับสารภาพว่า พวกตนมาจาก เมืองแก่นท้าว แขวงไชยบุรี สปป.ลาว รับยาบ้ามาจากคนลาวด้วยกัน ที่ตลาดเช้าเวียงจันทน์ เพื่อจะนำไปส่งที่ จ.เลย โดยจะมีพ่อค้ามารอรับที่ บขส.จ.เลย  จากนั้นก็นำยาบ้าซุกซ่อนไว้ในทวารหนัก เพื่อเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่  โดยพวกตนจะได้ค่าจ้างคนละ 10,000 บาท หลังจากส่งยาบ้าเสร็จแล้ว ก็จะพากันเดินทางกลับทางด่านท่าลี่ จ.เลย

     ซึ่งนางมนเพ็ดฯ   ให้การเพิ่มเติมว่า ก่อนที่จะมาส่งยาบ้า นายพูเงินฯ ได้พาตนเข้ามาดูเส้นทางจาก จ.หนองคาย ถึง จ.เลย เมื่อส่งแล้วให้ตนกลับทางด่านท่าลี่ จ.เลย และพึ่งทำเป็นครั้งแรก แต่ก็มาถูกจับกุมตัวได้เสียก่อน  เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวทั้งสองพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนองคาย - กองกำลังรักษาความสงบฯ สนธิกำลัง 3 ฝ่าย ตั้งจุดสกัดตรวจหายาเสพติด พบฉี่สีม่วง 17 ราย มีเด็กอายุ 13-15 ปี 2 ราย สารภาพใช้ยาบ้าผสมกับน้ำอัดลมดื่ม และยึดยาบ้าได้ 10 เม็ด ปืนยาวไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก


     เมื่อค่ำคืนของวันที่ 26 ส.ค. 57 ที่ผ่านมา ที่บริเวณบ้านหนาด หมู่ที่ 1 ตำบลโพธิ์ชัย อำเภอเมืองหนองคาย  กองกำลังรักษาความสงบจังหวัดหนองคาย สนธิกำลังตำรวจภูธรจังหวัดหนองคาย และ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเมืองหนองคาย ร่วมกันตั้งจุดสกัดตรวจหายาเสพติด ที่คาดว่าผู้ค้าและผู้เสพเดินทางผ่านเส้นทางนี้  ผลการตรวจฉี่จำนวน 83  ราย พบมีฉี่สีม่วง 17 ราย และในจำนวนนี้ยังพบเยาวชนอายุ 13 ปี และ 15 ปี มีฉี่สีม่วง ซึ่งเด็กอายุ 15 ปี รับสารภาพว่า ได้นำยาบ้าผสมกับน้ำอัดลมดื่ม
     นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่ยังสามารถตรวจค้นพบยาบ้าบรรจุในหลอดกาแฟ จำนวน 10 เม็ด พร้อมอุปกรณ์การเสพ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และรถจักรยานยนต์ 3 คัน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อทำการตรวจฉี่อีกครั้ง ที่โรงพยาบาลหนองคาย  หากผลทางการแพทย์ยืนยันว่าฉี่มีสารเสพติดจริงก็จะทำการส่งตัวเข้าศูนย์บำบัด ส่วนผู้ที่มียาบ้าและอาวุธปืนฯ เจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

บึงกาฬ - เทศบาลตำบลโซ่พิสัย จัดอบรมเชิงปฏิบัติการตามโครงการเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มในการจัดการขยะ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนลดใช้วัสดุที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


     วันที่ 25 ส.ค. 57 ที่เทศบาลตำบลโซ่พิสัย อำเภอโซ่พิสัย จังหวัดบึงกาฬ นายชัยวัฒน์ โอธนานนท์ นายอำเภอโซ่พิสัย ได้เป็นประธานพิธีเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการ ตามโครงการเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มในการจัดการขยะ ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ มีความตระหนักในการคัดแยกขยะและการนำขยะมูลฝอยกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม  เพื่อสร้างจิตสำนึกให้ประชาชนลดใช้วัสดุที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและการทิ้งขยะมูลฝอย
     โดยมีสาระสำคัญของการอบรม คือความสัมพันธ์และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ การกำจัดขยะมูลฝอยด้วยหลัก 3R ได้แก่  Reduce (ลดการใช้) Reuse (นำกลับมาใช้ซ้ำ)  Recycle (นำกลับมาใช้ใหม่) การเพิ่มมูลค่าขยะมูลฝอย อาทิ การทำปุ๋ยอินทรี น้ำหมักชีวภาพ น้ำยาทำความสะอาดเอนกประสงค์ ก๊าซชีวภาพ พร้อมทั้งสาธิต และฝึกปฏิบัติ เพื่อนำไปพัฒนาความรู้ ทักษะในด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมการจัดการขยะมูลฝอย และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับขยะมูลฝอยจนสามารถสร้างคุณค่าให้เกิดแก่ตนเอง ชุมชนและสังคมต่อไป โดยมี อสม.ประจำตำบล ผู้ประกอบการร้านค้าในตลาดสด ประชาชนทั่วไป เข้ารับการอบรมกว่า 200 คน.

...ขอบคุณภาพข่าว กองสาธารณะสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลโซ่พิสัย...



วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2557

หนองคาย - เทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ มอบเงินสงเคราะห์ครอบครัวผู้ยากไร้ 50 ครอบครัว เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบบัญหาความเดือดร้อน ให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข


     วันที่ 25 ส.ค. 57 ที่ห้องประชุม สนง.เทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย นายพรชัย ปุริวัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีเชียงใหม่ พร้อมร้อยตรีสังเวียน แลงพูล รอง ผบ.ร้อยรักษาความสงบ ที่ 1 กองกำลังรักษาความสงบประจำจังหวัดหนองคาย และสมาชิกสภาเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ได้มอบเงินสงเคราะห์ให้กับครอบครัวผู้ยากไร้ในเขตเทศบาลฯ จำนวน 50 ครอบครัว เพื่อช่วยเหลือครอบครัวที่ประสบบัญหาความเดือดร้อน ให้สามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้อย่างมีความสุข นอกจากนั้น ฝ่ายสังคมสงเคราะห์ กองสวัสดิการสังคม เทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ ยังได้มอบถุงยังชีพให้กับครอบครัวผู้ยากไร้ จำนวน 50 ถุง อีกด้วย

       นายพรชัย ปุริวัฒน์ นายกเทศมนตรีตำบลศรีเชียงใหม่ กล่าวว่า ในแต่ละปีทางเทศบาลฯ ได้มีการออกสำรวจครอบครัวผู้ยากไร้ที่มีรายได้น้อย โดยหลักเกณฑ์ให้ผู้นำและกรรมการชุมชนแต่ละชุมชน จะเป็นผู้สำรวจผู้ยากไร้ที่มีความขาดแคลนจริง มารับมอบเบี้ยยังชีพ เพื่อเป็นการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งทางเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ จะได้ร่วมกับกรรมการชุมชน ออกสำรวจพร้อมทำประชาพิจาร ว่าในชุมชนใดมีครอบครัวผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและผู้ที่มีฐานะยากจน ไม่มีคนเลี้ยง ที่เห็นสมควรจะได้รับเบี้ยยังชีพเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับเงินสามารถนำไปเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และถือเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ยากไร้ในเบื้องต้นได้พอสมควร สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างยั่งยืนต่อไป.