วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หนองคาย - หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 25 (นพค.25) เดินหน้าขุดลอกแหล่งน้ำเดิม (หนองนาตู้ดี) เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใน 5 หมู่บ้าน ของตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย

    วันนี้ (12 ก.พ. 58) พันเอกไพศาล งามวงษ์วาน ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 25 สำนักงานพัฒนาภาค 2 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา พร้อมนายโสภณ สรรพศิลป์ นายก อบต.บ้านเดื่อ และเจ้าหน้าที่ เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการขุดลอกแหล่งน้ำเดิม (หนองนาตู้ดี) หมู่ 9 บ้านเสี่ยน ตำบลบ้านเดื่อ อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย มีเนื้อที่ 200 ไร่ โดยหน่วย นพค.25 ได้นำรถบรรทุกหนักและเครื่องจักรกลรถแม็กโคร เข้าทำการขุดลอกขนาดพื้นที่ 86,506 ตารางเมตร ลึก 3 เมตร รวมปริมาตรขุดดิน 233,133 ลูกบาตรเมตร หากทำการขุดลอกแล้วเสร็จ สามารถนำน้ำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรให้กับประชาชนใน 5 หมู่บ้าน 800 ครัวเรือน ซึ่งจะทำให้มีรายได้มีคุณสภาพชีวิตที่ดีขึ้น
     พันเอกไพศาล งามวงษ์วาน ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 25 กล่าวว่า นพค.25 ได้แบ่งภารกิจออกเป็น 4 งานหลัก คือ งานซ่อมเส้นทางคมนาคม งานพัฒนาอาชีพ งานต่อไปก็คือโครงการเกษตรผสมผสาน เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงขององค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสุดท้ายคืองานพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งในหลายๆ พื้นที่ของจังหวัดหนองคาย ยังมีความเดือดร้อนในเรื่องของปัญหาน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะภัยแล้งเราไม่มีแหล่งน้ำเพียงพอในช่วงหน้าแล้งเพื่อนำน้ำมาใช้ในการเกษตรนอกฤดู แม้กระทั้งนำน้ำมาใช้ทำน้ำประปาในการอุปโภค บริโภค จึงได้ทำการพัฒนาแหล่งน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการขุดลอกแหล่งน้ำ การสนับสนุนระบบประปาหมู่บ้านต่างๆ
     พันเอกไพศาลฯ กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการขุดลอกหนองนาตู้ดีแห่งนี้ อยู่ในพื้นที่ของ หมู่ 9 ต.บ้านเดื่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่มีพื้นที่ประมาณ 200 ไร่ ซึ่งได้ดำเนินการเข้ามาขุดลอกประมาณ 40-50 ไร่ คาดว่าเมื่อดำเนินการแล้วเสร็จก็จะเก็บกักน้ำได้เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 200,000 คิว ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรนอกฤดูได้ประมาณ 300 ไร่ ขึ้นอยู่กับพืชเกษตรชนิดใด ท่าเป็นเกษตรน้ำน้อยก็จะได้ปริมาณมาก สำหรับประชากรที่จะได้รับประโยชน์จากหนองน้ำแห่งนี้ ประมาณ 5 หมู่บ้าน 800 ครัวเรือน 3,000 กว่าคนเศษ ถือว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนโดยตรง ซึ่งสามารถทำเกษตรนอกฤดูได้ ซึ่งจะทำให้มีรายได้มีสภาพชีวิตที่ดีขึ้น
     ด้านนายโสภณ สรรพศิลป์ นายก อบต.บ้านเดื่อ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณทางหน่วย นพค.25 ที่ได้นำเครื่องจักรกลมาทำการขุดลอกหนองนาตู้ดี ซึ่งเรามีปัญหามานานเกี่ยวกับเรื่องการกักเก็บน้ำ ปีนี้ทาง นพค.25 ได้เข้ามาทำการขุดลอกให้กับชาวตำบลบ้านเดื่อ จะได้ใช้ประโยชน์จากแหล่งน้ำนี้ได้อย่างทั่วถึง ซึ่งประชาชนทั้ง 5 หมู่บ้าน นอกจากจะใช้น้ำแห่งนี้เป็นแหล่งเกษตรแล้วยังใช้ในการอุปโภค บริโภค ในบางปีนั้นต้องนำน้ำมาจากแม่น้ำโขงก็ลำบากมาก เพราะฉะนั้นในปีนี้ท่าโครงการนี้เสร็จพี่น่องชาวตำบลบ้านเดื่อ ก็จะมีความสุขเกี่ยวกับเรื่องทำอาชีพเรื่องการใช้น้ำ ในนามขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาชนชาวตำบลบ้านเดื่อ ก็ต้องขอขอบคุณทางหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 25 ที่ได้ให้ความอนุเคราะห์ในการขุดลอกหนองนาตู้ดีในครั้งนี้.         



       

วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ตำรวจหนองคาย เครียดจัด ใช้ ปืนพกประจำกาย ขนาด 9 ม.ม. จ่อยิงขมับตัวเองดับคาบริเวณลานจอดรถข้าง สภ.เมืองหนองคาย

     เมื่อคืนวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2558 ที่ผ่านมา  เวลาประมาณ 21.40 น . ร.ต.ท.ศรวิสิทธิ์  มีเพียร  พนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย  ได้รับแจ้งเหตุว่ามี ตำรวจ.ยิ่งตัวเองเสียชีวิต ที่บริเวณลานจอดรถข้าง สภ.เมืองหนองคาย  หลังได้รับแจ้ง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และขอกำลังเพื่อนตำรวจใน สภ.เมืองหนองคาย พร้อมด้วยแพทย์เวร เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและกู้ภัยประจักษ์ เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นที่จอดรถ พบศพผู้ตาย นอนเสียชีวิตคว่ำหน้าอยู่บนฟุตบาทข้างรถยนต์นิสสัน NV หมายเลขทะเบียน บง 7010 หนองคาย ทราบชื่อคือ ด.ต.วิสิทธิ์ฐิศักดิ์  นนท์สุรัตน์   สังกัด สภ.เมืองหนองคาย ช่วยราชการงานด้านสืบสวนที่กองกำกับการตำรวจภูธรหนองคาย  นอนเสียชีวิตในสภาพสวมชุดครึ่งท่อน เสื้อยึดสีดำแขนยาวและกางเกงขายาว และอาวุธปืนขนาด 9 มม. ตกอยู่ข้างๆ จากการชันสูตรศพพบว่า ที่บริเวณกะโหลกศรีษะมีรอยกระสุนปืนขนาด 9 มิลลิเมตร(มม.) เข้าที่ขมับซ้ายกระสุนฝังใน
     จากการสอบถามเพื่อนตำรวจด้วยกันบอกว่า ผู้ตายได้ขับรถยนต์กลับจากการเข้ารับการอบรมนายตำรวจสัญญาบัตรรุ่นอายุ 53 ปี ที่ จ.นครราชสีมา และบ่นกับเพื่อนที่นั่งมาด้วยกันว่า กลุ่มใจในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวและถามว่าจะขายปืนพกส่วนตัว มีใครสนใจไหม จากนั้นได้แวะเข้าเยี่ยมเพื่อนที่ห้องสืบ และเอาเงินให้เพื่อน 1,000 บาท เพื่อไปซื้อเครื่องดื่ม จากนั้นผู้ตายก็เดินออกจากห้องมาที่จอดรถ ไม่นานก็ได้ยิงเสียงปืนยังขึ้นหนึ่งนัด จึงพากันรีบออกไปดูก็พบผู้ตายนอนเสียชีวิตมีเลือดไหลออกจากศรีษะจำนวนมาก  เพื่อนตำรวจด้วยกันทราบแต่ก็ไม่สามารถช่วยชีวิตไว้ได้
     จากการสอบถามถึงเรื่องปัญหาที่น่าจะเป็นมูลเหตุแห่งการฆ่าตัวตาย  เพื่อนผู้ตาย กล่าวว่า ผู้ตายเป็นคนไม่ค่อยพูด แต่หากจะเครียดก็มาจากเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวมากกว่า และมักบ่นให้เพื่อนฟังว่ามีปัญหาส่วนตัวและการทำงาน  รู้สึกหดหู่ใจมากที่เพื่อนร่วมงานต้องมาคิดสั้น จนกระทั่งมาฆ่าตัวตาย
     ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สืบสวนหาสาเหตุการยิงตัวตายในครั้งนี้ต่อไป  ส่วนศพรอญาติมารับเพื่อนำกลับไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่บ้านเกิดต่อไป.

วันอังคารที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อบจ.หนองคาย ร่วมกับสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ออกหน่วยโรงพยาบาลเคลื่อนที่ ปีที่ 6 ในพื้นที่ อบต.พานพร้าว เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคอย่างทั่วถึงและครอบคลุม

     วันนี้ (10 ก.พ. 58) ที่โรงเรียนบ้านหัวทราย ต.พานพร้าว อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย นายยุทธนา ศรีตะบุตร นายก อบจ.หนองคาย ได้เป็นประธานเปิดโครงการโรงพยาบาลเคลื่อนที่ ประจำปี 2558 โดยนำแพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ เภสัชกร และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ อบต.พานพร้าว ทั้งนี้ อบจ.หนองคาย และสาธารณสุขจังหวัดหนองคาย ได้ร่วมกันจัดโครงการดังกล่าวขึ้นเป็นปีที่ 6 เพื่อออกให้บริการประชาชนในพื้นที่ห่างไกลโรงพยาบาล เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน ตลอดจนการส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนได้รับการดูแลด้านการรักษาพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรคอย่างทั่วถึงและครอบคลุม

     สำหรับการออกหน่วยโรงพยาบาลเคลื่อนที่ ครั้งนี้ ได้นำทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลศรีเชียงใหม่ ทำการตรวจรักษาโรคทั่วไปและจ่ายยา การบริการด้านทันตกรรม การตรวจคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และมีการจัดนิทรรศการให้ความรู้ในการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกายรวมพลังเพื่อสุขภาพ การมอบสิ่งของให้สตรีมีครรภ์ที่ฝากครรภ์ครบตามเกณฑ์ และมาฝากครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ การจับรางวัลผู้โชคดีที่มาร่วมงาน และการแสดงของนักเรียนในพื้นที่ตำบลพานพร้าว โดยมีประชาชนในพื้นที่ตำบลพานพร้าว ทั้ง 15 หมู่บ้าน และพื้นที่ใกล้เคียง ร่วมโครงการจำนวนมาก.   


วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หนองคาย - เทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ จัดโครงการพื้นที่สร้างสรรค์ กิจกรรมครอบครัว เพื่อพัฒนาคุณลักษณะและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานครบทั้ง 6 มิติ

     วันนี้ (7 ก.พ. 58) ที่อาคารเอนกประสงค์เทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ดร.สมเกียรติ ตระกูลฟาร์มธวัช รองนายก อบจ.หนองคาย ได้เป็นประธานเปิดโครงการพื้นที่สร้างสรรค์ กิจกรรมครอบครัว โดยเทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่ จัดขึ้น เพื่อพัฒนาคุณลักษณะและพฤติกรรมของเด็กและเยาวชน ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการส่งเสริมสวัสดิภาพและคุ้มครองพิทักษ์สิทธิเด็กและเยาชนครบทั้ง 6 มิติ ได้แก่ ด้านศีลธรรม-จริยธรรม, ด้านการดำรงชีวิต, ด้านวิชาการ, ด้านสังคม, ด้านอาชีพ และด้านนันทนาการ รวมทั้งเพื่อพัฒนาศักยภาพของเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ให้สามารถจัดกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนในชุมชนได้

     น.ส.น้ำเพชร ฉัตรปุญญานนท์ ผู้อำนวยการกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลตำบลศรีเชียงใหม่  กล่าวว่า ในปัจจุบันสภาวการณ์และพฤติกรรมของเด็ก เยาวชนในช่วงวัย 12-15 ปี เป็นวันที่มีความเสี่ยงต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต พฤติกรรมของเยาวชนไม่ว่าจะเป็นการติดเกมส์ ติดสารเสพติด ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร การใช้ความรุนแรงต่างๆ เป็นการบ่งชี้ถึงสภาวะการขาดภูมิคุ้มกันในการดำรงชีวิต ทั้งนี้รัฐบาลได้ประกาศนโยบาย ด้านความมั่นคงของชีวิตและสังคมของเด็กและเยาวชน โดยการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชน ให้เติบโตเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพด้วยพัฒนาเด็ก เยาวชนทุกช่วงวัยให้มีความรู้ คู่จริยธรรม ส่งเสริมการพัฒนาสถาบันครอบครัวให้มีความอบอุ่น มีสัมพันธภาพที่ดี ตลอดจนสนับสนุนให้เด็กและเยาวชน เป็นกลุ่มจิตอาสาเพื่อสังคม โดยการสร้างการเรียนรู้จากกิจกรรมที่ต้องปฏิบัติจริงบนฐานครอบครัว จึงเป็นที่มาของโครงการดังกล่าว.


หนองคาย -ชมรมเปตองศรีเชียงใหม่ จัดการแข่งขันกีฬาเปตองในงานวันมะเขือเทศและเกษตรแฟร์ อำเภอศรีเชียงใหม่ ประจำปี 2558 เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดี ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างนักกีฬาเปตองด้วยกัน

     วันนี้ (7 ก.พ. 58) ที่สนามกีฬาเปตองชั่วคราว หน้าที่ว่าการอำเภอศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย นายเสถียร มีบุญ สมาชิกสภาจังหวัดหนองคาย ได้เป็นประธานเปิดการแข่งขันกีฬาเปตอง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมของการจัดงานวันมะเขือเทศและเกษตรแฟร์ อำเภอศรีเชียงใหม่ ประจำปี 2558 เพื่อเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์อันดี ส่งเสริมความสามัคคีระหว่างนักกีฬาเปตองด้วยกัน และยังเป็นการสนับสนุน พัฒนา เสริมสร้างประสบการณ์การเล่นเปตอง อีกทั้งยังถือเป็นกิจกรรมประจำปีของชมรมเปตองศรีเชียงใหม่ อีกด้วย

     สำหรับการแข่งขันครั้งนี้ เปิดการแข่งขันแบบทั่วไป มีนักกีฬาเปตองทั้งไทยและลาว เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 32 ทีม แบ่งการแข่งขันออกเป็น 8 สายๆ ละ 4 ทีม ใช้กฎกติกาการแข่งขันแบบสากลการเล่นเปตอง ของสมาคมเปตองแห่งประเทศไทย โดยมีถ้วยรางวัลและเงินรางวัลมอบให้แก่ทีมที่ชนะเลิศอันดับ 1 – 4 ตามลำดับ. 




วันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หนองคาย - อาสาพิทักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม ตำบลด่านศรีสุข และชาวบ้านห้วยหินขาว ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่ลุ่มน้ำทอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดหนองคาย จัดทำแนวกันไฟในผืนป่าชุมชนเชื่อมต่อป่าชุมชนบ้านภูพนังม่วง เพื่อการฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าไม้ให้คงความอุดมสมบูรณ์ และลดความเสี่ยงและความรุนแรงของไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นได้

     วันที่ 5 ก.พ. 58 ที่ผืนป่าชุมชนบ้านห้วยหินขาว ต.ด่านศรีสุข อ.โพธิ์ตาก จ.หนองคาย นายบุญศรี ชาติมูลตรี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านห้วยหินขาว นำเจ้าหน้าที่อาสาพิทักษ์ป่าและสิ่งแวดล้อม ตำบลด่านศรีสุข และชาวบ้าน  ร่วมกับเจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่าพื้นที่ลุ่มน้ำทอนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดหนองคาย ได้จัดทำแนวกันไฟในผืนป่าชุมชนบ้านห้วยหินขาว เชื่อมต่อป่าชุมชน หมู่ 6 บ้านภูพนังม่วง โดยทำการเผาลดปริมาณเชื้อเพลิงสะสมในผืนป่าชุมชน เพื่อลดความเสี่ยงและความรุนแรงของไฟป่าที่อาจเกิดขึ้นได้ รวมถึงหมอกควัน โดยร่วมกันเผาเศษใบไม้ กิ่งไม้ และหญ้าแห้ง เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงสะสมในจุดที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า อีกทั้งเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีในการดำเนินกิจกรรมเพื่อส่วนรวมของชุมชน เพื่อการพึ่งพาตนเอง

     เนื่องด้วยในสภาพป่าชุมชนบ้านห้วยหินขาวและบ้านภูพนังม่วง ได้ถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก สาเหตุหนึ่งมาจากการหาของป่าเพื่อการเศรษฐกิจ และที่สำคัญไฟป่าจะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเพราะสภาพอากาศแห้งแล้งของฤดูกาล ด้วยเหตุนี้ สภาแกนนำหมู่บ้าน ทั้ง 2 หมู่บ้าน และชาวบ้าน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติด้วยการทำแนวกันไฟและทำการเผาลดปริมาณเชื้อเพลิงสะสมในผืนป่าชุมชน จำนวน 12,000 ไร่  โดยได้มีการทำแนวกันไฟเกิดขึ้นเป็นระยะเวลาหลายปี จึงกลายเป็นกิจกรรมที่มีการปฏิบัติต่อกันมาเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยป้องกันพื้นที่ทำกิน พื้นที่เลี้ยงสัตว์ และที่อยู่อาศัยให้ปลอดภัยจากไฟป่า รวมทั้งเป็นการดูแลรักษาสภาพแวดล้อม ป่าไม้ และระบบนิเวศ ให้มีความสมดุลตามธรรมชาติ และยังสามารถช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนได้อีกทางด้วย.