วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ร่วมกับทุกภาคส่วน จัดงานวันมะเขือเทศและเกษตรแฟร์ ประจำปี 2558 มีการประกวดผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ การประกวดขบวนแห่มะเขือเทศและผลผลิตทางการเกษตร และกิจกรรมต่างๆ มากมาย

     วันนี้ (5 ก.พ. 58) นายสุชาติ นพวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้เป็นประธานเปิดงานวันมะเขือเทศและเกษตรแฟร์ อำเภอศรีเชียงใหม่ ประจำปี 2558 โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่างอำเภอศรีเชียงใหม่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และชาวอำเภอศรีเชียงใหม่ จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตร โดยเฉพาะผลผลิตมะเขือเทศ การอุตสาหกรรม พาณิชยกรรม ของราษฎรอำเภอศรีเชียงใหม่ กระตุ้นการใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยวของชาวอำเภอศรีเชียงใหม่ ส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้าน และเพื่อให้การจัดงานวันมะเขือเทศฯ เป็นประเพณีสำคัญของอำเภอศรีเชียงใหม่ สืบไป

     ทั้งนี้ได้กำหนดจัดงาน ระหว่างวันที่ 5-7 กุมพาพันธ์ 58 รวม 3 วัน 3 คืน โดยกิจกรรมภายในงาน มีการประกวดผลิตภัณฑ์จากมะเขือเทศ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรอื่นๆ  การประกวดขบวนแห่มะเขือเทศและผลผลิตทางการเกษตร การจัดนิทรรศการของส่วนราชการและเอกชน การจำหน่ายสินค้าราคาถูก การแข่งขันส้มตำลีลา การแข่งขันดื่มน้ำมะเขือเทศ การแข่งขันประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่งพร้อมหางเครื่อง การแสดงวงดนตรีลูกทุ่งหมอลำ และมีการประกวดธิดามะเขือเทศและงานบอลล์ในคืนสุดท้ายอีกด้วย. 



















ตำรวจเมืองหนองคาย รวบเอเย่นต์สาวประเภทสองค้าประเวณี พร้อมหญิงขายบริการเป็นเด็กหญิงชาวลาวอายุต่ำกว่า 18 ปี 1 ราย

     วันนี้ (5 ก.พ. 58) ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองหนองคาย พล.ต.ต.ชูรัตน์  ปานเหง้า ผบก.ภ.จว.หนองคาย ได้แถลงข่าวการจับกุม นายปภากร วงศ์ชานนท์ สาวประเภทสอง  ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้าประเวณี พร้อมเด็กหญิงชายบริการชาวลาว ชื่อ นางเก๋ ไม่มีนามสกุล อายุ 15 ปี 8 เดือน ซึ่งไม่พบเอกสารการเข้ามาในราชอาณาจักรแต่อย่างใด
     การจับกุมครั้งนี้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าบริเวณดังกล่าวมีการค้าประเวณี จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ทำการกวดขันและจับกุม โดยสามารถจับกุมทั้งสองได้ที่โรงแรมไพโรจน์โฮเต็ล ภายในเขตเทศบาลเมืองหนองคาย โดยได้ทำการล่อซื้อ ตกลงราคาค่าขายบริการครั้งละ 1,000 บาท ส่วนค่าบริการเพื่อร่วมหลับนอนค้างคืน ครั้งละ 2,500 บาท
     จากการสอบสวน นายปภากรฯ รับสารภาพว่า เป็นนายหน้าจัดหาหญิงบริการ ได้ค่าตอบแทนครั้งละ 400 บาท เด็กหญิงขายบริการจะได้ 600 บาท เบื้องต้นแจ้งดำเนินคดี กับนายปภากรฯ  ในข้อหาเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปซึ่งบุคคลอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้น จะยินยอมก็ตาม .ส่วนเด็กหญิงชาวลาว เจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการในส่วนเกี่ยวข้องต่อไป    

หนองคาย - หน่วยกู้ภัยชื่อดังสุดแสบ เปิดไซเรนขนแรงงานต่างด้าวชาวเวียดนาม หวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ไปไม่รอดถูกเจ้าหน้าที่หลายฝ่ายสกัดจับ ได้ผู้ต้องหาเป็นแรงงานต่างด้าวชาวเวียดนาม 12 ราย คนขับรถตู้ชาวไทย 1 ราย หลังแถลงข่าวมีนักการเมืองท้องถิ่นได้ทำการล็อบบี้ปิดข่าวกับนักข่าวไม่ให้นำเสนอ เกรงกระทบชื่อเสียง

     วันที่ 4 ก.พ. 58 พ.อ.ยุวัต ขันธปรีชา ผบ.กกล.รส.จังหวัดหนองคาย น.อ.นพดล บุญเจริญ ผบ.นรข.เขตหนองคาย พ.ต.อ.อภิศักดิ์ กรองทิพย์ ผกก.สภ.เมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ทหาร กกล.รส.จังหวัดหนองคาย เจ้าหน้าที่ นรข.เขตหนองคาย (สถานีเรือหนองคาย) ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ตม.หนองคาย เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย ร่วมกันจับกุมนายบรรพต แนมขุนทด อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/40 ม.7 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี พร้อมผู้ต้องหาชาวเวียดนาม จำนวน 12 คน(ชาย 8 คน หญิง 4 คน) รถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียวอ่อน ทะเบียน ออ 343 กทม. ติดเครื่องหมายของมูลนิธิป่อเต๊กตึ้งนนทบุรี 1 คัน
     สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีคนต่างด้าวที่จะลักลอบออกจากประเทศไทยโดยผิดช่องทาง จึงได้สนธิวางกำลังเฝ้าตรวจที่จุดเฝ้าตรวจตามรายทาง จนกระทั้งเวลาประมาณ 04.00 น.(วันที่ 4 ก.พ.)ได้ตรวจพบรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีเขียวอ่อน ทะเบียน ออ 343 กทม. ติดเครื่องหมายของมูลนิธิป่อเต๊กตึ้งนนทบุรีขณะเปิดไฟไซเลน เตรียมชะลอรถจอดข้างถนนใกล้ทางเข้ามหาวิทยาลัยขอนแก่น วิทยาเขตหนองคาย ต.หนองกอมเกาะ อ.เมืองหนองคาย จ.หนองคาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบ พบคนต่างด้าวเป็นคนสัญชาติเวียดนาม จำนวน 12 คน(ชาย 8 คน หญิง 4 คน) และพบคนขับรถตู้ทราบชื่อต่อมาคือนายบรรพต แนมขุนทด อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111/40 ม.7 ต.หน้าไม้ อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงได้ทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับนายบรรพตว่า ให้ความช่วยเหลือหรือช่วยด้วยประการ ใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวที่กระทำผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองรอดพ้นการจับกุม นำตัวส่ง พงส.สภ.เมือง จ.หนองคาย ดำเนินคดีต่อไป
     ภายหลังจากการแถลงข่าว ได้มีนักการเมืองท้องถิ่นรายหนึ่ง ได้ทำการล็อบบี้ปิดข่าวกับนักข่าวอีกกลุ่มหนึ่ง เพื่อไม่ให้นำเสนอข่าวเรื่องดังกล่าว เนื่องจากนักการเมืองผู้นี้มีญาติเป็นหุ้นส่วนของมูลนิธิดังกล่าว เกรงว่าจะได้รับผลกระทบต่อชื่อเสียง ซึ่งการล็อบบี้ปิดข่าวครั้งนี้ก็เป็นผลสำเร็จเช่นกัน.

วันอังคารที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

จังหวัดหนองคาย รณรงค์ขอความร่วมมือควบคุมการเผาขยะมูลฝอยในเขตพื้นที่ชุมชนและเกษตรกรรม โดยใช้ระบบการจัดเก็บ คัดแยก และจัดการขยะมูลฝอยอย่างถูกวิธี และห้ามการเผาหญ้าบริเวณริมทางอย่างเด็ดขาด ใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุการเกษตร สำหรับเตรียมพื้นที่เพาะปลูกด้วยการไถกลบวัชพืชแทนการเผาเพื่อเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้แก่ดิน รวมไปถึงการเพิ่มความระมัดระวังในการประกอบกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติภัย เช่น การใช้วัตถุไวไฟ การเผาในที่โล่ง การปล่อยโคมลอยในช่วงเทศกาลสำคัญตามประเพณีของแต่ละพื้นที่ งดเว้นการจุดไฟใกล้แนวป่า แต่หากมีความจำเป็นต้องเผาในพื้นที่เกษตรกรรม ควรต้องทำแนวกันไฟและควบคุมการเผาอย่างดี หากพบเห็นไฟป่าและหมอกควันรุนแรง ขอให้แจ้งศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ หรือ จังหวัดหนองคาย 0-4242-1014 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด


ปลัดจังหวัดหนองคาย เดินทางมอบนโยบายขับเคลื่อนบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่อำเภอท่าบ่อ ให้สอดคล้องการเข้าสู่ AEC เน้นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ต้องทำการศึกษาเพิ่ม

     วันนี้ (3 ก.พ. 58) ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ปลัดจังหวัดหนองคาย ได้เดินทางมอบนโยบายการขับเคลื่อนบทบาทกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการหมู่บ้าน ในพื้นที่อำเภอท่าบ่อ โดยมี นายพัฒนธรณ์ กีรติรัฐวัฒน์ นายอำเภอท่าบ่อ หัวหน้าส่วนราชการประจำอำเภอท่าบ่อ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้การต้อนรับ

     ทั้งนี้ ดร.ไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ ปลัดจังหวัดหนองคาย ได้กล่าวถึงการที่จังหวัดหนองคาย จะเป็นจังหวัดเศรษฐกิจพิเศษในปี 2559 และเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) จะมีเส้นทางการคมนาคมทางรถไฟจากประเทศจีน มาถึง สปป.ลาว และประเทศไทยได้มีแผนรองรับโดยสร้างเส้นทางรถไฟรางคู่จากจังหวัดนครราชสีมา ถึงจังหวัดหนองคาย และจากจังหวัดหนองคาย ข้ามฝั่งไปยัง สปป.ลาว เพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมรองรับการค้าเสรีในอนาคต ดังนั้นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำการศึกษาเพิ่ม เพื่อให้มีความรู้ที่สูงขึ้น เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและเป็นกลไกขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลระดับพื้นฐาน ทั้งต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือนายอำเภอและทำหน้าที่หัวหน้าราษฎรในตำบล หมู่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับที่ไม่สูงมากนัก จึงมีความจำเป็นจะต้องเพิ่มพูนคุณวุฒิหรือระดับการศึกษาโดยเร่งด่วนและต่อเนื่อง สามารถนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น  ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้สมกับที่จังหวัดหนองคายเป็นเมืองหน้าด่านเปิดประตูสู่อาเซี่ยน อย่างเต็มภาคภูมิอีกต่อไป. 


หนองคาย - หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ร่วมกับ ทหารกองกำลังรักษาความสงบ จังหวัดหนองคาย ตำรวจ ตรวจยึดยาบ้า 3,739 เม็ด ไอซ์ 78.9 กรัม ที่ลักลอบนำเข้าจาก สปป.ลาว โดยใช้เรือหาปลาข้ามมา เจอเจ้าหน้าที่กระโดดลงน้ำโขงอาศัยความมืดหลบหนีไปได้


     วันที่ 2 ก.พ. 58 ที่สถานีเรือหนองคาย หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง  เรือเอกเจตนิพิฐ ปานนิ่ม หัวหน้าสถานีเรือหนองคาย ทหารกองกำลังรักษาความสงบ จังหวัดหนองคาย นายโสภณ ห่วงญาติ นายอำเภอเมืองหนองคาย, พ.ต.อ.ปัญญา ปุยนุเคราะห์ ผกก.สภ.บ้านเดื่อ, พร้อมเจ้าหน้าที่อีกจำนวนหนึ่งร่วมกันตรวจยึดยาบ้า 3,739 เม็ด และยาไอซ์ น้ำหนัก 78.9 กรัม
     การตรวจยึดครั้งนี้ เรือเอกเจตนิพิฐ ปานนิ่ม หัวหน้าสถานีเรือหนองคาย ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้ายาเสพติดจาก สปป.ลาว มาส่งให้พ่อค้าคนไทยที่บริเวณท่าทรายร้าง บ้านสีกาย หมู่ 2 ต.สีกาย อ.เมืองหนองคาย จึงสนธิกำลังเขาดักซุ้มตรวจสอบ จนกระทั่งพบเรือหางยาวลำหนึ่ง มีชาย 2 คน นั่งมาในเรือ ข้ามมาจากฝั่ง สปป.ลาว เข้ามาเทียบเรือ จากนั้นชายคนหนึ่งได้ลงจากเรือขึ้นฝั่ง เจ้าหน้าที่ที่ดักซุ้มอยู่จึงได้แสดงตัว เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้โยนยาเสพติดและกระโดดลงน้ำโขงหลบหนี  ส่วนอีกคนได้ขับเรือกลับไปยัง สปป,ลาว อย่างรวดเร็ว
     เจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบพบเป็นยาบ้าจำนวน 3,739 เม็ด บรรจุในถุงพลาสติกสีฟ้า และยาไอซ์ 78.9 กรัม บรรจุถุงพลาสติกพันด้วยเทปกาวสีดำ จากนั้นได้นำยาเสพติดทั้งหมดให้ส่ง สภ.บ้านเดื่อ และจะได้ติดตามขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดเพื่อนำมา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป.


วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

หนองคาย - ผอ.โรงเรียนบ้านกองนาง จ.หนองคาย ใช้ผ้าขาวม้าผูกคอตายหน้าห้องทำงาน คาดอาจเกิดจากความเครียดเรื่องงาน โดยเฉพาะงบประมาณโครงการสวนยางพาราในโรงเรียน ที่กำลังโดน ปปช. สอบ

     วันนี้ (2 ก.พ. 58) พ.ต.ต.สายัณห์ นาพา พนักงานสอบสวน สภ.ท่าบ่อ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอตายเสียชีวิตอยู่ในโรงเรียนบ้านกองนาง ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ และรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยแพทย์เวร รพร.ท่าบ่อ และอาสาสมัครกู้ภัยร่วมใจท่าบ่อ

     ถึงที่เกิดเหตุบริเวณห้องผู้บริหารทั่วไป บนอาคารอาคารเรียนชั้น 2 ของโรงเรียน พบศพชายทราบชื่อคือ นายโกสม สู่สุข อายุ 42 ปี ตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกองนาง สวมเสื้อคลุมกันหนาวแขนยาวและกางเกงวอร์มสีน้ำเงิน ผูกคอด้วยผ้าขาวม้ามัดติดกับทับหลังวงกบประตูหน้าห้องทำงานของตนเอง เสียชีวิตมาประมาณ 3 ชั่วโมง ตรวจสอบสถานที่ไม่พบร่องรอยการต่อสู้
     จากการสอบสวนนายชาญณรงค์ ปลัดพรม นักการภารโรงฯ ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 7.00 น. ตนจะถือกุญแจมาเปิดประตูของห้องเรียนทุกห้อง รวมถึงห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงเรียนฯ แต่เมื่อมาถึงก็พบว่าประตูห้องผู้บริหารทั่วไปถูกร็อกไว้ข้างในและเปิดไม่ได้ ผิดสังเกต จึงตัดสินใจใช้เก้าอี้ขึ้นปีนดูก็พบร่างของผู้อำนวยการผูกคอตายหน้าห้องทำงานของตัวเอง ตนจึงได้เรียกคนมาช่วยงัดประตูห้องและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเวลาต่อมา

     หลังชันสูตรพลิกศพไม่พบร่องรอยการต่อสู้ หรือความผิดปกติ คาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดความเครียดจากการทำงาน ซึ่งมีเรื่องของงบประมาณในการจัดทำโครงการสวนยางพาราในโรงเรียน ที่ผู้ตายได้ทำการเบิกจ่ายค่าแรงเป็นเงินจำนวน 15,000 บาท แต่ไม่ได้จ่ายให้กับผู้ดูแล จึงมีการร้องเรียนไปยัง ปปช. และ สพฐ. ให้เข้าทำการตรวจสอบเรื่องนี้ เมื่อประมาณ 2 ปีผ่านมา และยังเคยบ่นกับเพื่อนครูด้วยกันว่ากลัวจะถูกออกจากราชการในเรื่องดังกล่าว จึงหนีปัญหาด้วยการผูกคอตาย ซึ่งทางญาติก็ไม่ติดใจอะไรกับการตายในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จึงอนุญาตให้รับศพนำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป ส่วนโรงเรียนก็ได้ทำการปิดเรียนไป 1 วัน เนื่องจากครูและนักเรียนยังเกิดอาการช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น.