วันเสาร์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2557

หนองคาย - น้ำท่วมนาข้าว กว่า 500 ไร่ เป็นเวลาต่อเนื่องมา 4 วัน ต้นข้าวกำลังตั้งท้องเริ่มเน่า และท่วมเส้นทางสัญจรระหว่างหมู่บ้าน ระดับน้ำเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง


     วันที่ 4 ก.ย. 57 เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดหนองคาย ได้รับแจ้งจาก นายสุริยันต์ มูลวงศรี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านๆ ป่าสัก หมู่ 4 ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย  ว่าน้ำท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้าน หมู่ 4 หมู่ 5 และ หมู่ 9 ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ และบ้านไทยสามัคคี และบ้านหนองแวง อำเภอศรีเชียงใหม่ พื้นที่นาข้าวกว่า 500 ไร่ จมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลาติดต่อกัน 4 วัน ต้นข้าวกำลังตั้งท้อง เริ่มเน่าตาย คาดว่าหากมีฝนตกอีกระดับน้ำจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
     สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก น้ำที่เอ่อท่วมนาข้าวเป็นน้ำในลำห้วยอิน ซึ่งเป็นลำห้วยธรรมชาติที่ตื้นเขิน มีวัชพืชปกคลุมปิดทางไหลของน้ำ ที่จะไหลลงไปสู่แม่น้ำโมง และลงสู่แม่น้ำโขง ทำให้การระบายน้ำไม่สะดวก

     จากนั้น เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดหนองคาย และชาวบ้าน ได้ร่วมกันออกตรวจสอบ พื้นที่ถูกน้ำท่วมดังกล่าว และจะได้รายงานความเสียหายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ความช่วยเหลือต่อไป.

วันพุธที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2557

ปฏิรูปที่ดินหนองคาย มอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.4-01 ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่อำเภอสังคม 298 ราย ตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) ในโครงการ “รวมพลคนปฏิรูปที่ดิน คืนความสุขให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย”


      วันนี้ (3 ก.ย. 57) ที่หอประชุมอำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย นายสมพร ภู่พัฒน์วิบูลย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ได้ทำพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน หรือ ส.ป.ก.4-01 ให้กับเกษตรกรในพื้นที่อำเภอสังคม โดยมี นายสุชาติ นพวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานพิธีมอบโฉนดที่ดิน ส.ป.ก.4-01 มีนายสุชัย ตั้งชูพงศ์ นายอำเภอสังคม, ร้อยตรีสังเวียน แสงพูล รอง ผบ.ร้อยรักษาความสงบที่ 1, ร้อยตรีชำนาญ  นาใต้ ผบ.หมวดรักษาความสงบ ที่ 3 กองกำลังรักษาวามสงบประจำจังหวัดหนองคาย พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ พี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอสังคม ให้การต้อนรับ

     นายสมพร ภู่พัฒน์วิบูลย์ ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า ตามนโยบายเร่งด่วนสำคัญของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ( คสช.) ได้สั่งการให้หน่วยงานภาครัฐและเอกชนร่วมบูรณาการคืนความสุขให้แก่ภาคประชาชน ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าเกิดความรัก ความสามัคคี ปรองดอง สมานฉันท์ เพื่อร่วมเป็นหนึ่งเดียวกัน นำพาประเทศไทยให้ก้าวพ้นวิกฤตการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม สร้างประเทศชาติให้เกิดความเข้มแข็งยั่งยืนต่อไป

    ในส่วนของจังหวัดหนองคาย ได้มอบหมายให้ สนง.ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย ตลอดจนหน่วยงานราชการที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ร่วมบูรณาการในการคืนความสุขให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินในจังหวัดหนองคาย โดยให้ ส.ป.ก. จังหวัดหนองคาย จัดทำโครงการ “รวมพลคนปฏิรูปที่ดิน คืนความสุขให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย” ในการเร่งรัดการออกหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เพื่อมอบหมายให้เกษตรกร ทั้งนี้เพื่อให้เกษตรกรได้รับสิทธิทำกินในที่ดินของรัฐอย่างถูกต้องตามกฎหมาย อันจะส่งผลให้เกษตรกรสามารถรวมกลุ่มเพื่อรับสิทธิขอรับเงินสินเชื่อเงินกองทุนปฏิรูปที่ดินของ ส.ป.ก. หรือสินเชื่อจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) สำหรับใช้เป็นแหล่งเงินทุนสนับสนุนให้แก่เกษตรกรในการประกอบอาชีพทางการเกษตร เพื่อสร้างฐานะ ความเข้มแข็ง และความยั่งยืน พร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน (AEC) ในปี 2558 ได้อย่างมั่นคง


     สำหรับในส่วนของอำเภอสังคม มีพื้นที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน จำนวน 33,786 ไร่ มีการมอบโฉนด ส.ป.ก.4-01 ไปแล้ว 2,342 ราย รวม 4,013 แปลง  และสำหรับการจัดงานพิธีมอบเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 ตามโครงการ “รวมพลคนปฏิรูปที่ดิน คืนความสุขให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองคาย” ครั้งนี้ เกษตรกรในพื้นที่อำเภอสังคม จะได้รับมอบเอกสารสิทธิ์ ส.ป.ก.4-01 จำนวน 298 ราย

     ด้านประชาชนผู้ได้รับ ส.ป.ก. กล่าวว่า ขอขอบคุณ คสช. ที่ผมได้ใบ ส.ป.ก.มานี้ ต้องขอขอบคุณ ท่าน พล.อ.ประยุตย์  จันโอชา มาก ๆ ครับ ส่วนประชาชนอีกราย กล่าวว่า ตนรู้สึกดีใจมาก เมื่อก่อนลำบากมากต้องเดินทางไปรับที่ตัวจังหวัด พอมี คสช. มาจัดมอบให้อย่างนี้ รู้สึกดีใจมาก และขอขอบคุณ คสช. มาก ๆ ที่ได้มอบที่อยู่อาศัยให้

ชาวบ้านหัวทราย อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ระดมเครื่องสูบน้ำที่หาได้ในหมู่บ้าน เร่งสูบน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในหมู่บ้านให้ลงสู้แม่น้ำโขงโดยเร็ว หวั่นฝนตกซ้ำลงมาจะทำให้น้ำท่วมสูงขึ้น


     วันนี้ (3 ก.ย. 57) นางเนาวรัตน์ บาศรี ผู้ใหญ่บ้านๆ หัวทราย หมู่ 12 ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย พร้อมด้วยชาวบ้านได้นำเครื่องสูบน้ำ 6 ตัว ที่พอหาได้ในหมู่บ้าน เร่งสูบระบายน้ำออกจากหมู่บ้าน หลังมีฝนตกลงมาอย่างหนักเป็นเวลาหลายชั่วโมงเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา จนทำให้มีน้ำท่วมขังและระบายไม่ทันหลายแห่ง ทั้งในหมู่บ้าน โรงเรียน และวัด ซึ่งต้องเร่งสูบน้ำแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในหมู่บ้านให้ลงสู้แม่น้ำโขงโดยเร็ว เพราะชาวบ้านหวั่นฝนตกซ้ำลงมาอีก จะทำให้น้ำท่วมสูงขึ้นและไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอีกรอบ

     นางเนาวรัตน์ บาศรี ผู้ใหญ่บ้านๆ หัวทราย หมู่ 12 กล่าวว่า ตั้งแต่เช้า ตนและชาวบ้านได้ระดมเครื่องสูบน้ำที่พอหาได้ในหมู่บ้าน จำนวน 6 ตัว ตั้งอยู่ทางเข้าหมู่บ้าน 4 ตัว และวัดนางเขียวค่อม 2 ตัว เพื่อเร่งสูบน้ำออกจากหมู่บ้านลงสู่แม่น้ำโขงให้โดยเร็วที่สุด เพราะกลัวฝนจะตกซ้ำลงมาจนทำให้น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎรอีกครั้ง หลังจากฝนได้ตกหนักนานหลายชั่วโมงเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา จนทำให้น้ำขังหมู่บ้านไปทั่วบริเวณ รวมไปถึงโรงเรียนบ้านหัวทราย เด็กๆ นักเรียนก็ได้รับความเดือดร้อน ผู้อำนวยการและครูต้องขนโต๊ะ เก้าอี้ของนักเรียน ขึ้นหนีน้ำไปเรียนอยู่บนชั้นสองของอาคารเรียน โดยเฉพาะโรงอาหารของโรงเรียนมีน้ำท่วมขังถึง 50 เซนติเมตร ทำให้เด็กนักเรียนไม่สามารถรับปะทานอาหารที่โรงอาหารของโรงเรียนได้ จนต้องขนอุปกรณ์ขึ้นไปรับปะทานอาหารบนอาคารเรียนแทน และวัดนางเขียวค่อม ตอนนี้ยังมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งชาวบ้านก็กำลังเร่งระบายน้ำออกจากวัดโดยเร็วเช่นกัน

          นางเนาวรัตน์ บาศรี กล่าวอีกว่า สาเหตุที่มีน้ำขังและไหลลงสู่แม่น้ำโขงไม่ทันนั้น เพราะท่อระบายน้ำของหมู่บ้านมีการอุดตันของดินและเศษวัชพืช ตอนนี้ยังไม่มีหน่วยงานไหนมาให้ความช่วยเหลือ มีแต่มาดูแล้วก็ไป ตนและชาวบ้านต้องช่วยกันออกแรงและลงทุนซื้อน้ำมันเติมเครื่องสูบน้ำเอง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมเครื่องสูบน้ำมาเร่งสูบน้ำออกจากหมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมขังด้วย เพราะกลัวฝนตกลงมาและมีน้ำท่วมขังอีกเป็นได้.

วันอังคารที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2557

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองคาย จัดประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ชิงถ้วยพระราชทานพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฏราชกุมาร


     เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ลานไอที ชั้น 2 ศูนย์การค้าอัศวรรณ ช้อปปิ้งคอมเพล็ก สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดหนองคาย ได้จัดประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ปี 2557 ชิงถ้วยพระราชทานพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามกุฏราชกุมาร ระดับจังหวัดหนองคาย
     การประกวดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ ฯ ครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับเยาวชนและชุมชนได้ทราบถึงแนวทางในการลดปริมาณขยะ และการนำขยะหรือของเหลือใช้ไปดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ก่อนนำไปกำจัด เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีเวทีในการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ และมีส่วนร่วมในการจัดการและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาขยะมูลฝอย และเพื่อส่งเสริมสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ ในการพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ หรือปรับปรุงแปลงสิ่งประดิษฐ์จากวัสดุเหลือใช้ที่มีอยู่แล้ว ให้ทันสมัยและใช้ได้ผลดียิ่งขึ้น จนเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถดำเนินการในเชิงพาณิชย์และเชิงสังคมได้ 3 ประเภท ได้แก่ ประเภทสิ่งประดิษฐ์ทั่วไป ,ประเภทเครื่องแต่งกาย และประเภทของใช้ส่วนตัวจากวัสดุเหลือใช้
     สำหรับผลการประกวด ประเภท สิ่งประดิษฐ์ทั่วไประดับประถมศึกษา ชนะเลิศ ชื่อผลงาน ดอกไม้จากถุงผ้าอนามัย โรงเรียนเทศบาล 3 ยุวบูรณ์บำรุง , รองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน ช้อน ช้อน ช้อน โรงเรียนโกมลวิทยาคาร และรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน มหัศจรรย์แกนไวนิล โรงเรียนโกมลวิทยาคาร
     ประเภททั่วไป ระดับมัธยมศึกษา (ปวช.) ชนะเลิศ ชื่อผลงาน โคมไฟจากกล่องนม โรงเรียนเซนต์ปอลหนองคาย รองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน โอ่งลวดลาย โรงเรียนเทศบาล 3 ยุวบูรณ์บำรุง และรองชนะเลิศอันดับ 2 ชื่อผลงาน ดอกผ้า โรงเรียนบ้านนาเพียงใหญ่
     ประเภททั่วไประดับอาชีวศึกษา/อุดมศึกษา ชนะเลิศ ชื่อผลงาน เส้นสายลายอีสาน วิทยาลัยอาชีวศึกษาหนองคาย รองชนะเลิศอันดับ 1 ชื่อผลงาน Podium ศูนย์ฝึกอาชีพเทศบาล 1 และประเภทเครื่องแต่งกาย ชนะเลิศ โรงเรียนเทศบาล 1 สว่างวิทยา รองชนะเลิศอันดับ 1โรงเรียนเทศบาล 1 สว่างวิทยา และวิทยาลัยเทคโนโลยีอาเซียน

     โดยมีนักเรียนนักศึกษา จากสถานศึกษาภายในจังหวัดหนองคาย  ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดเป็นจำนวนมาก ส่วนผลงานที่ชนะเลิศในครั้งนื้ จะเป็นตัวแทนระดับจังหวัดเพื่อไปแข่งขันในระดับภาคและประเทศต่อไป ซึ่งมีผู้สนใจเข้าชมผลงานเป็นจำนวนมาก.

จังหวัดหนองคาย เปิดตลาดท่องเที่ยวเชิงพุทธไหว้ ๙ พระธาตุเจดีย์มหามงคล เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัด ทั้งมีส่วนร่วมในการทะนุบำรุงศาสนสถาน และสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนา ให้อยู่คู่แผ่นดินไทย


     วันที่ 1 ก.ย. 57 ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าพระอุโบสถวัดโพธิ์ชัย (พระอารามหลวง) อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย วัดโพธิ์ชัยร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดหนองคาย, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดหนองคาย จัดกิจกรรมเสริมบารมีบุญ ไหว้ ๙ พระธาตุเจดีย์มหามงคลโดยมีนายวิรัตน์ ลิ้มสุวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นางพจนา ลิ้มสุวัฒน์ นายกเหล่ากาชาดหนองคาย , นายสุชาติ นพวรรณ  และนายอโณทัย ธรรมกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย ได้ประกอบพิธีบวงสรวงฉัตรทองคำพระธาตุเจดีย์ยักษ์ ก่อนนำคณะพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไป ที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันเดินทางไปกราบนมัสการพระธาตุเจดีย์มหามงคล ๙ วัด ซึ่งแต่ละวัดเป็นพระธาตุเจดีย์ที่เก่าแก่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน ซึ่งได้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 
     การจัดกิจกรรม ครั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวของจังหวัดหนองคาย ผู้ที่ร่วมกิจกรรมยังได้รับอานิสงค์เมื่อกราบไหว้สักการะบูชา เป็นเส้นทางใหม่ในการท่องเที่ยวเชิงศาสนา ที่สามารถเที่ยวได้ภายใน 1 วัน พร้อมยังเที่ยวได้ทุกฤดูกาล สามารถสัมผัสความงามทิวทัศน์ตามลำน้ำโขง รวมทั้งวิถีชีวิตของคนหนองคายอย่างใกล้ชิด กระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัดให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ทั้งมีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงศาสนสถาน และสืบทอดวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามทางพระพุทธศาสนา ให้อยู่คู่แผ่นดินไทย ด้วย
     สำหรับเส้นทางในการไหว้ ๙ พระธาตุเจดีย์ เริ่มจากเจดีย์พระธาตุยักษ์ หลวงพ่อพระใส วัดโพธิ์ชัย อ.เมือง, วัดพระธาตุหล้าหนอง อ.เมือง , เจดีย์พระธาตุหลวงพ่อพระสุก วัดหลวงพิสัยเจติยาราม อ.โพนพิสัย , เจดีย์หลวงพ่อพระเสี่ยง วัดมณีโคตร อ.โพนพิสัย, เจดีย์พระธาตุบุ วัดพระธาตุโพนจิกเวียงงัว อ.เมือง , เจดีย์นกยูงทอง วัดเทพพลประดิษฐาราม,เจดีย์หลวงพ่อดำ วัดสาวสุวรรณาราม อ.เมือง ,เจดีย์พระธาตุดำ วัดพระธาตุดำ (คำ)อ.ศรีเชียงใหม่ และ เจดีย์วัดพระธาตุบังพวน อ.เมือง จ.หนองคาย

หนองคาย - ฝนตกหนักตลอดคืน ทำให้หลายพื้นที่ของจังหวัดหนองคายมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกองนาง น้ำได้ไหลเข้าท่วมทำให้สื่อการเรียน ที่นอนของเด็ก เอกสารต่างๆ เสียหาย ขณะที่สวนมีนกร แหล่งพักผ่อนชื่อจังของจังหวัดถูกน้ำท่วมขังหนักเช่นกัน


      วันนี้ (2 ก.ย. 57) จากฝนที่ตกติดต่อกันนานหลายชั่วโมงตั้งแต่เช้ามืด ทำให้ในหลายๆ พื้นที่ของจังหวัดหนองคาย เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกองนาง เขตเทศบาลตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย มีน้ำไหลเข้าท่วมภายในอาคารศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สูงถึง 30 เซนติเมตร ส่งผลให้อุปกรณ์และสื่อการเรียน ทั้งโต๊ะ เก้าอี้ ตู้เก็บเอกสาร ที่นอนเด็ก และเอกสารทางวิชาการจมน้ำเสียหาย ต้องทำการย้ายหนีน้ำไปไว้ยังที่สูงให้เหนือระดับน้ำท่วมถึง โดยศูนย์แห่งนี้มีเด็กเล็ก จำนวน 40 คน ซึ่งครูพี่เลี้ยงก็ได้พิจารณาสั่งปิดศูนย์ 1 วัน
     นอกจากน้ำจะเข้าท่วมศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านกองนาง ยังเข้าท่วมขังถนนในหมู่บ้านกองนาง หมู่ที่ 1 หลายสาย รวมถึงบริเวณตลาดสดเทศบาลตำบลกองนาง มีน้ำท่วมขังล้อมรอบบริเวณ ซึ่งลำคลองสาธารณะหลายสายไม่สามารถระบายน้ำได้ทัน เพราะไม่มีการขุดลอก มีเศษวัชพืชตันทางน้ำและท่อระบายน้ำอุดตัน อย่างไรก็ตามน้ำที่ท่วมขังยังไม่ขยายวงไปยังบ้านเรือนอื่นๆ

     น้ำที่ท่วมขังครั้งนี้ ยังส่งผลกระทบไปยังแหล่งพักผ่อนขึ้นชื่อของจังหวัดหนองคาย อย่างสวนมีนกร ซึ่งเป็นพื้นที่ของศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดหนองคาย มีน้ำท่วมขังสูงถึง 50 เซนติเมตร เป็นบริเวณกว้าง ทำให้ต้นไม้ดัดที่ดัดแปลงเป็นรูปสัตว์ต่างๆ ถูกล้อมรอบไปด้วยน้ำเช่นกัน 

เกษตรหนองคาย นำร่องเมืองเกษตรสีเขียว จัดงานประชาสัมพันธ์และพัฒนาให้เกษตรกร มีการผลิตสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น ปลอดภัย สร้างรายได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


     วันที่ 1 ก.ย. 57  ที่ลานเอนกประสงค์ หน้าที่ว่าการอำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย นายปรีชา เชาว์ตระกูล เกษตรจังหวัดหนองคาย ได้จัดงานประชาสัมพันธ์โครงการเมืองเกษตรสีเขียว โดยมี นายสุชาติ นพวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดงาน มี พลตรีกฤษณะ เกิดทองคำ รอง.กอ.รมน.หนองคาย, นายอนุรัฐ  ไทยตรง นายอำเภอท่าบ่อ, ร้อยเอกจรูญ สุวอ ผบ.ร้อยรักษาความสงบ ที่ 1 กองกำลังรักษาความสงบ ประจำจังหวัดหนองคาย ,หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสาสมัครเกษตรหมู่บ้านทุกอำเภอ ให้การต้อนรับและเข้าร่วมงาน

     นายปรีชา เชาว์ตระกูล เกษตรจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า เนื่องจาก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้คัดเลือกให้จังหวัดหนองคาย เป็นจังหวัดนำร่องโครงการเมืองเกษตรสีเขียว ที่มุ่งเน้นในการพัฒนากระบวนการผลิตที่ดี เหมาะสม ปลอดภัยจากสารเคมีในกระบวนการผลิต ผู้บริโภคได้บริโภคสินค้าเกษตรที่ปลอดภัยไม่มีสารตกค้าง   ส่งเสริมและพัฒนาให้เกษตรกรปรับปรุงผลิตสินค้าเกษตรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ  และปลายน้ำ พร้อมทั้งสร้างและพัฒนาเครือข่ายตลาดสินค้าเกษตรสีเขียวที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นแหล่งเรียนรู้และการท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างโอกาสในการเชื่อมโยงตลาดสินค้าเกษตรสีเขียวทั้งในและต่างประเทศ ก่อให้เกิดรายได้ต่อเกษตรกรและชุมชน

     สำหรับการจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โครงการเมืองเกษตรสีเขียวให้ประชาชนทั่วไปและนักท่องเที่ยวได้รับทราบอย่างทั่วถึง ภายในงานได้จัดให้มีจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร ทีได้จากกระบวนการผลิตตามระบบ GAP , พืชผักปลอดสารพิษ และเกษตรอินทรีย์ จากเกษตรกรกลุ่มเครือข่ายสีเขียวจากอำเภอเมืองหนองคาย อำเภอสระใคร ศรีเชียงใหม่  และอำเภอท่าบ่อ โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม กว่า 700 คน