วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เทศบาลเมืองหนองคาย ร่วมกับกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 แถลงข่าวเตรียมจัดงานการแสดงมหกรรมสินค้าจำหน่าย และเชื่อมโยงการกระจายสินค้าภูมิภาคและนานาชาติ ภายใต้ชื่อ “ของดีเพชรสมุทรคีรีขันธ์” ประจำปี 2556


     วันที่ 5 ต.ค. 2556 เวลา 18.30 น. ที่บริเวณลานเอนกประสงค์ที่เสด็จ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย อ.เมือง จ.หนองคาย นายวีระชัยโชค มงคลภูมิรัตน์ รองนายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย นายไพบูลย์ บัวราษฎร์ หัวหน้ากลุ่มยุทธศาสตร์และสารสนเทศจังหวัดเพชรบุรี นางระนอง จรุงกิจกุล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร และครูเทียม หรือนายชุติเดช ทองอยู่ คอมเมนเตเตอร์รายการชิงช้าสวรรค์ ร่วมแถลงข่าวเตรียมการจัดงานมหกรรมสินค้าเกษตร / อาหารเกษตรแปรรูป / ผลิตภัณฑ์จากเกษตรกร / องค์กรเกษตร / วิสาหกิจชุมชนและเครือข่าย SMEs ตามโครงการจัดการแสดงมหกรรมสินค้าจำหน่าย และเชื่อมโยงการกระจายสินค้าภูมิภาคและนานาชาติ ประจำปี 2556  ของกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 ประกอบด้วย จ.เพชรบุรี, สมุทรสาคร, สมุทรสงคราม และประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้ชื่อ ของดีเพชรสมุทรคีรีขันธ์

    ทั้งนี้ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้า หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ผลิต ผู้ประกอบการสินค้า OTOP ได้นำสินค้าจำหน่ายยังต่างจังหวัด เป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด และได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเครือข่าย OTOP ต่างจังหวัด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้น และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน


     ซึ่งสินค้า OTOP ที่นำมาแสดงและจำหน่ายในงานฯ เป็นสินค้าเด่นและสินค้าดีของแต่ละจังหวัด เช่น ขนมหวานพื้นเมืองที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเพชรบุรี อาหารทะเลแปรรูปที่ดีที่สุดจากอ่าวไทย เครื่องเบญจรงค์ที่มีชื่อเสียงจากจังหวัดเพชรบุรี น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์จากจังหวัดสมุทรสาคร สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์ และเครื่องประดับ อัญมณี ต่างๆ อีกมากมาย
     โดยกำหนดการจัดงานระหว่างวันที่ 16 – 22 ตุลาคม 2556 ณ บริเวณถนนคนเดิน ริมฝั่งแม่น้ำโขงท่าเสด็จ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป กิจกรรมในงานประกอบด้วย การแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP จากกลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนล่าง 2 และเครือข่าย รวมทั้งสิ้น 100 กลุ่ม และกิจกรรมการแสดงบนเวทีของโรงเรียนที่ร่วมเข้าประกวดรายการชิงช้าสวรรค์ ตลอดการจัดงาน.

เกษตรอำเภอท่าบ่อ แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่เปิดกรีดยางพารา ระดับตำบล ก่อนลงพื้นที่ปฏิบัติงานตามโครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ เพื่อชดเชยความช่วยเหลือให้ชาวสวนยาง ไร่ละ 1,260 บาท

     
     วันที่ 4 ต.ค. 56 เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย สำนักงานเกษตรอำเภอท่าบ่อ ได้เปิดประชุมแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบพื้นที่เปิดกรีดยางพารา ระดับตำบล ประกอบด้วย ปลัดเทศบาล ปลัด อบต.  ผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 500 ราย  เพื่อชี้แจงการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯที่ได้รับการแต่งตั้ง ตามโครงการแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบ ปี 2557 โดยมีนายอนุรัฐ ไทยตรง นายอำเภอท่าบ่อ ร่วมบรรยายพิเศษ


     นายสมคิด ผิวนวล เกษตรอำเภอท่าบ่อ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา โดยมอบหมายให้หน่วยงานของกรมส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ เป็นหน่วยงานในการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเกษตรกรทุกพื้นที่ ทั้งพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์และพื้นที่นอกเหนือเอกสารสิทธิ์ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตเป็นเงินสด ในอัตราไร่ละ 1,260 บาท ผ่าน ธกส. โดยจะสนับสนุนแก่เกษตรกรรายละไม่เกิน 10 ไร่ ตามพื้นที่เปิดกรีดยางจริงตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป หรือขนาดความกว้างของรอยกรีด 7.50 เซนติเมตร และต้องเป็นเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์หรือสิทธิ์ทำกิน ในพื้นที่นั้นๆ


     ดังนั้น เพื่อให้การปฏิบัติงานของคณะกรรมการตรวจสอบฯ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน สามารถตอบข้อซักถามของเกษตรกรชาวสวนยางพาราได้ ทางสำนักงานเกษตรอำเภอท่าบ่อ จึงได้จัดประชุมชี้แจงครั้งนี้ขึ้น ซึ่งในพื้นที่อำเภอท่าบ่อ มีเกษตรกรชาวสวนยางพารามาขึ้นทะเบียนแล้วประมาณกว่า 500 ครัวเรือน มีเกษตรกรเปิดกรีดยางพาราตามที่หนดไว้ 144 ครัวเรือน หรือคิดเป็นพื้นที่ปลูกยางประมาณ 1,443 ไร่ ซึ่งจะตกเป็นเงินชดเชยประมาณ 1,814,400 บาท.

วันศุกร์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2556

จังหวัดหนองคาย ประเดิม งานโรดโชว์ 2 ล้านล้าน สร้างอนาคตไทย 2020 จัดนิทรรศการองค์ความรู้ ที่หอประชุมประจักษ์ศิลปาคม "เที่ยว-ชิม-ช็อป" สุดอลังการ กระทบไหล่ดาราช่อง 7 คาดมีคนเข้าชมเกิน 2 หมื่น


     วันนี้ (4 ต.ค. 56) บรรยากาศที่หอประชุมประจักษ์ศิลปาคม ศูนย์ราชการจังหวัดหนองคาย มีประชาชนจำนวนมาก แห่เข้าชมงานโรดโชว์ "สร้างอนาคตไทย 2020"  ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาประเทศจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาล ในวันที่ 4-6 ต.ค.  ภายในงานมีการจัดเตรียมงานของเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ทั้งบริเวณชั้นบนของหอประชุม ซึ่งจัดเป็นโซนภาพรวมทั้งประเทศ โดยจัดเป็นบูธจัดนิทรรศการองค์ความรู้ ส่วนชั้นล่าง เป็นโซนอีสาน ภูมิภาค และจังหวัดหนองคาย

     การจัดงานครั้งนี้ รัฐาลได้ตั้งเป้าว่าน่าจะมีคนเข้าชมงาน 3 วัน ไม่ต่ำกว่า 25,000 คน เฉลี่ยวันละ 7,500 คน เน้นที่ชาวหนองคายและจังหวัดใกล้เคียง โดยนิทรรศการในครั้งนี้มีทั้งหมด 9 โซน เป็นลักษณะคล้ายบังคับเดิน คือ อยากให้เดินขึ้นชั้นบนหอประชุม เพื่อให้เห็นภาพรวมของประเทศก่อน แล้วค่อยลงมาชั้นล่าง ซึ่งจัดเป็นโซนภาคอีสานและจังหวัดหนองคาย จะทำให้การทำความเข้าใจง่ายขึ้น ประกอบกับงานนี้มีลักษณะพิเศษในการใช้มัลติมิเดียให้ข้อมูล เป็นกราฟิก เป็นเทคนิคพิเศษ ถ่ายทอดข้อมูลที่ดูเหมือนยากในการทำความเข้าใจ ให้ผู้ชมสามารถทำความเข้าใจที่ง่ายขึ้นและไม่น่าเบื่อ และที่สำคัญ จะมีการนำรูปแบบรถไฟความเร็วสูง "ซิมูเลเตอร์" เป็นการจำลองรูปแบบรถไฟความเร็วสูง มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองนั่ง จะได้สัมผัสได้ว่าการใช้บริการรถไฟความเร็วสูงที่แท้จริงเป็นอย่างไร ในระดับความเร็วที่กำหนด รวมถึงรูปแบบการให้บริการทุกขั้นตอนบนรถไฟความเร็วสูง นับตั้งแต่ระบบการสื่อสารที่ลื่นไหล ไม่มีสัญญาณขาดหาย นักธุรกิจสามารถติดต่อธุรกิจได้ตลอดการเดินทาง หรือการบริการในด้านต่างๆ บนรถไฟความเร็วสูง เป็นต้น


     สำหรับกิจกรรมในวันที่ (4 ต.ค.56) เป็นการกล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "ก้าวเดินไปข้างหน้า เพื่อเศรษฐกิจการค้าและการลงทุน" โดยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.คลัง และปาฐกถาพิเศษหัวข้อ "เชื่อมภาค เชื่อมชีวิต บูรณาการทุกทิศสู่ความเจริญ" โดยนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม  ตามด้วยกิจกรรมเสวนาในหัวข้อ "เมืองใหม่ ชีวิตใหม่ ประตูการค้าเชื่อมไทย-ลาว-จีน" โดยนายพินิจ จารุสมบัติ นายกสมาคมเศรษฐกิจไทย-จีน นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และนายอนุชิต สกุลคู กรรมการบริหาร บริษัทเจียงอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด พร้อมเปิดให้ผู้เข้าฟังซักถามประเด็นที่น่าสนใจ
     วันที่ 5 ต.ค. ช่วงบ่ายเป็นการแข่งขันประกอบอาหารจานด่วนไทยไปครัวโลก ในหัวข้อ "เมนูเด็ด อร่อยด่วน ขบวนอีสานเหนือ" ช่วงเย็นเป็นการแสดงศิลปวัฒนธรรมของจังหวัด ตามด้วยคอนเสิร์ตการแสดงชุด "สีสัน ความสุข บุกทั่วไทย" โดยศิลปิน ลาล่า ลูลู่
     วันที่ 6 ต.ค. ช่วงเช้ามีกิจกรรมการแข่งขันประกอบอาหารรอบชิงชนะเลิศ ในหัวข้อ "เมนูเด็ด อร่อยด่วน ขบวนอีสานเหนือ" ช่วงบ่ายตัดสินและประกาศทีมชนะเลิศ ขณะที่ช่วงเย็นมีทอล์กโชว์ หัวข้อ "สายด่วน ขบวนไทยแลนด์ : เศรษฐกิจก้าวไกล หัวใจก้าวหน้า" โดยอาจารย์จตุพล ชมภูนิช ตามด้วยคอนเสิร์ตดาราช่อง 7 สี "ขบวนหรรษา ดาราพาตะลุย" นำทีมโดยพระเอกซี-ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์ และนางเอกเชียร์-ทิฆัมพร ฤทธิ์ธาอภินันท์ ปิดท้ายงาน ก่อนที่โรดโชว์ครั้งต่อไปจะไปจัดที่ จ.นครราชสีมา วันที่ 11-13 ต.ค.



วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2556

อำเภอท่าบ่อ ประกาศห้ามจำหน่ายและการเล่นประทัดและดอกไม้เพลิง ช่วงเทศกาลออกพรรษา เน้นย้ำให้ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน เข้มงวดกวดขันอย่างเคร่งครัด หากผู้ใดฝ่าฝืนจับดำเนินคดีตามกฎหมาย


     วันนี้(2 ต.ค. 56) เวลา 09.00 น. ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อำเภอท่าบ่อ จ.หนองคาย นายอนุรัฐ ไทยตรง นายอำเภอท่าบ่อ ได้เป็นประธานเปิดการประชุมกำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน และส่วนที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 10/2556 เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมให้สอดคล้องกับแผนงานส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการธำรงไว้ซึ่งสถาบันหลักของชาติตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล

     โดยนายอำเภอท่าบ่อ ได้ประกาศห้ามจำหน่ายและการเล่นประทัดและดอกไม้เพลิง ช่วงเทศกาลออกพรรษา เนื่องจากเทศกาลออกพรรษาในทุกปีของจังหวัดหนองคายที่ผ่านมา ประชาชนมักนิยมเล่นดอกไม้เพลิง ประทัด พลุ รวมถึงวัตถุอื่นๆ ที่มีสภาพคล้ายคลึงกัน และบางพื้นที่มีการยิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันควร อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งก่อให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญจากการระเบิด ให้กับนักท่องเที่ยวที่ชมปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค


     อำเภอท่าบ่อ จึงออกประกาศ ห้ามจำหน่ายและงดการเล่นประทัดและดอกไม้เพลิง โดยไม่มีการอนุญาตให้ทำ เพื่อเป็นการป้องกันมิให้เกิดอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของประชาชน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลออกพรรษา และปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาคของจังหวัดหนองคาย ในช่วงระหว่างวันที่ 13-19 ตุลาคม 2556 โดยนายอำเภอท่าบ่อ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าบ่อ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอท่าบ่อ กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้มงวดกวดขันการค้าดอกไม้เพลิงในช่วงเทศกาลดังกล่าว รวมทั้งกรณียิงปืนขึ้นฟ้าโดยไม่มีเหตุอันควร หากบุคคลใดฝ่าฝืนจะดำเนินการตามกฎหมายย่างเคร่งครัด.

อภิชาติ แสงรุ่ง NC News online รายงาน

ชาวนาในพื้นที่ 2 ตำบลของอำเภอท่าบ่อ จ.หนองคาย ได้รับความเดือดร้อน ต้นข้าวที่กำลังตั้งรวงถูกน้ำถ่วมเริ่มเน่าตาย หลังฝนตกติดต่อกันหลายวัน ขณะที่เกษตรอำเภอเร่งสำรวจความเสียหาย เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่เดือดร้อนแล้ว


     วันนี้( 2 ต.ค. 56) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านป่าสักใต้ หมู่ที่ 4 และบ้านนาบง หมู่ที่ 7 ต.กองนาง อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย หลังจากได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า บริเวณดอนกำพล้า บ้านป่าสักใต้และบ้านนาบง ได้ถูกน้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวสูงกว่า 60 เซนติเมตร เนื่องจากเมื่อช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีปริมาณน้ำฝนมาก จนทำให้ระดับน้ำในคลองสาธารณะเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบายน้ำลงสู่ลำน้ำห้วยโมงไม่ทัน จึงทำให้น้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นที่นาข้าวของชาวบ้าน 108 ไร่ และบางจุดน้ำยังท่วมขังมานานกว่าหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทำให้ต้นข้าวของชาวบ้านที่กำลังตั้งรวงเริ่มเน่าตาย และยังทราบว่าในพื้นที่บ้านเป่า หมู่ที่ 8 ต.บ้านว่าน อ.ท่าบ่อ ก็มีน้ำท่วมขังนาข้าวเช่นกัน กินบริเวณถึง 629 ไร่ ชาวบ้านได้แต่ยืนมอง ปล่อยให้ต้นข้าวเน่าตาย เพราะระบายน้ำออกไม่ได้


     ขณะที่ สนง.เกษตรอำเภอท่าบ่อและฝ่ายความมั่นคงอำเภอท่าบ่อ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายแล้ว และได้เปิดลงทะเบียนรับแจ้งจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนาข้าว ซึ่งมีเกษตรกรได้เดินทางมาแจ้งความเสียหายแล้ว ทั้งในพื้นที่ ต.กองนาง และ ต.บ้านว่าน จำนวน 68 ราย รวม 737 ไร่ ซึ่งเกษตรกรจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหาย จากเดิม 600 บาท/ไร่ เป็น 1,113 บาท/ไร่

อภิชาติ แสงรุ่ง NC News online รายงาน

วันอังคารที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2556

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงการณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตหนองคาย จัดโครงการอบรมการทำแผนพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้ได้มาตรฐาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาอุดมศึกษา(สกอ.) ตามนโยบายและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ


     เมื่อวันเสาร์ที่ 28 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมบุษบงไฟน์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย พระครูสมุห์วีระพงษ์ สุเมธี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์หนองคาย เป็นประธานเปิดการอบรมการทำแผนพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรให้ได้มาตรฐาน ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาอุดมศึกษา( สกอ.) โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงการณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตหนองคาย ได้ดำเนินการจัดการศึกษาในด้านพระพุทธศาสนาและสังคมศาสตร์ในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะ ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน


     ซึ่งการอบรมครั้งนี้ เพื่อเป็นการพัฒนาหลักสูตรให้ได้มาตรฐานของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาอุดมศึกษา (สกอ.) ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยให้ประสิทธิภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือในการกำกับติดตามการบริหารงานวิชาการ สามารถปฎิบัติตามภรกิจหลัก ด้านการบริหารวิชาการ การศึกษางานวิจัย การส่งเสริมพระพุทธศาสนา การบริการวิชาการแก่สังคม ตลอดการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม จากนั้นได้มอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมเป็นคณาจารย์ ผู้บริหาร และบุคคลกรของมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 50 รูป/คน

อภิชาติ แสงรุ่ง NC News รายงาน

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงการณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตหนองคาย จัดโครงการอบรมการทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและสังคม ตามนโยบายและแผนพัฒนามหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ


     เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2556 ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุมบุษบงไฟน์ รีสอร์ท อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย พระครูสมุห์วีระพงษ์ สุเมธี ผู้อำนวยการวิทยาลัยสงฆ์หนองคาย เป็นประธานเปิดการอบรมการทำหลักสูตรที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและสังคม โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงการณราชวิทยาลัย (มจร) วิทยาเขตหนองคาย ได้ดำเนินการจัดการศึกษาในด้านพระพุทธศาสนาและสังคมศาสตร์ในสาขาวิชาต่าง ๆ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทักษะ ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เป็นการเพิ่มพุนความรู้ พัฒนาผู้เรียน ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยให้มีประสิทธิภาพ


     ซึ่งการอบรมครั้งนี้ เพื่อเป็นเครื่องมือในการกำกับติดตามการบริหารงานวิชาการ เป็นคู่มือในการวัดผลประเมินการเรียนการสอนตามยุทธศาสตร์การพัฒนามหาวิทยาลัย สามารถปฎิบัติตามภรกิจหลัก ด้านการบริหารวิชาการ การศึกษา การวิจัย การส่งเสริมพระพุทธศาสนา การบริการวิชาการแก่สังคม และทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยมี ผศ.ดร.ปัญญา นาแพงหมื่น จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น และ รศ.ดร.อภินันท์ จันตะนี จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นวิทยากรบรรยาย จากนั้น พระราชรัตนาลงกรณ์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรราชวิทยาลัย เป็นประธานมอบเกียรติบัตรแก่ผู้เข้ารับการอบรม ซึ่งเป็นคณาจารย์ ผู้บริหาร และบุคคลกรของมหาวิทยาลัยฯ จำนวน 50 รูป/คน

อภิชาติ แสงรุ่ง NC News รายงาน