วันพฤหัสบดีที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย - เทศบาลเมืองท่าบ่อ ได้นำเครื่องจักเข้าขุดลอกคลองสาธารณะ เพื่อรองรับการระบายน้ำในฤดูฝน

    
     วันนี้ (6มิ.ย.56) นายประพาส นครภักดี นายกเทศมนตรีเมืองท่าบ่อ พร้อมด้วยพนักงานเทศบาลเมืองท่าบ่อ ได้นำเครื่องจักเข้าขุดลอกคลองสาธารณะ ข้างวัดแก้วพิจิตร ริมถนนชลประธาน หมู่ 9 เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง ที่มีสภาพตื้นเขิน ลำคลองมีวัชพืชขึ้นปกคลุมไปทั่วอย่างหนาแน่น เมื่อฤดูน้ำหลากของทุกปี น้ำจะล้นจากลำคลองเพราะระบายลงสู่แม่น้ำโขงไม่ทัน ได้เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร สร้างความเดือนร้อนกันไปทั่ว เนื่องจากลำคลองตื้นเขินรับน้ำได้น้อย และยังทำให้มีกลิ่นเหม็นเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนให้ชาวบ้าน และเป็นการเตรียมความพร้อมป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝนนี้.

อภิชาติ แสงรุ่ง ข่าว NC News รายงาน 

วันพุธที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หนองคาย - กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ ครั้งที่ 36 ที่จังหวัดหนองคาย มีนักวิจัย นักวิชาการ นักส่งเสริมและอาจารย์จากทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมเป็นจำนวนมาก



     เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ (5มิ.ย.56) ที่ห้องประชุมโรงแรมอัศวรรณ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย นายอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมทางวิชาการข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ ครั้งที่ 36 ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 5 - 7 มิถุนายน 2556



     นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การประชุมทางวิชาการฯ เป็นความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หมุนเวียนกันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 36  โดยกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นเจ้าภาพ เพื่อเสนอความก้าวหน้าผลงานวิจัยข้าวโพดและข้าวฟ่าง ตลอดจนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์ระหว่างกัน เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ของนักวิจัย นักวิชาการ นักส่งเสริมและอาจารย์จากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อหาแนวทางในการพัฒนาการผลิตข้าวโพดและข้าวฟ่างให้มีคุณภาพ เพียงพอกับความต้องการใช้ภายในประเทศ และเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน


     
     การประชุมในครั้งนี้ มีนักวิจัย นักวิชาการ นักส่งเสริมและอาจารย์จากทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 250 คน ซึ่งกิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การนำเสนอโครงการวิจัยด้านข้าวโพดและข้าวฟ่าง ที่มีทั้งภาคบรรยาย 20 เรื่อง  และภาคโปสเตอร์ 18 เรื่อง มีการแสดงนิทรรศการต่างๆ ทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน.

วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

หนองคาย - เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ในตำบลเวียงคุก เริ่มมีรายได้ดี จนมีเงินใช้หนี้ ธกส. ย้ำราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม ไม่ได้แพงเกินความเป็นจริง


     นายณรงค์ ปานมีศรี กำนันตำบลเวียงคุก เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่รายใหญ่ ในเขตตำบลเวียงคุก อ.เมือง จ.หนองคาย เปิดเผยว่า จากการที่ราคาไข่ไก่สูงขึ้นในช่วง 2 เดือนนี้ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ในเขตตำบลเวียงคุก  ที่ถือเป็นแหล่งเลี้ยงไก่ไข่มากที่สุดในจังหวัดหนองคาย  คือมีไก่ไข่กว่า 2 แสนตัว มีรายได้ที่ดีขึ้น สามารถมีเงินไปใช้หนี้ ธกส. หลังจากที่มีการพักชำระหนี้  จากการที่ในปีที่ผ่านมา ราคาไข่ไก่ถูก จนเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ประสบกับภาวะขาดทุน เกษตรกรรายเล็กๆ ที่ไม่มีเงินทุนมาก ก็ต้องเลิกเลี้ยงไปเลย ซึ่งราคาไข่นั้นเป็นราคาที่อ้างอิงจากตลาด โดยเฉพาะของซีพี และเบทาโก

    
     สำหรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มนั้นไม่ได้แพงเกินความเป็นจริง ขณะนี้ขายอยู่ถาด 30 ฟอง ราคาถาดละ 95 บาท เท่านั้น เมื่อเทียบกับราคาอาหารไก่  ที่นับวันจะมีราคาเพิ่มสูงขึ้น ล่าสุดอยู่ที่กระสอบละ 435 บาทแล้ว ซึ่งพ่อค้า-แม่ค้าที่มาซื้อก็จะเป็นขาประจำ ทั้งในจังหวัดหนองคาย และจังหวัดใกล้เคียง จากราคาไข่ไก่ที่ดีขึ้นทำให้ขณะนี้มีพ่อค้า-แม่ค้าจร มาติดต่อขอซื้อไข่ที่ฟาร์มด้วย ให้ราคาสูงกว่าขาประจำ แต่ก็ไม่มีไข่ที่จะให้ เนื่องจากเฉพาะที่ส่งให้กับขาประจำก็ยังไม่พอ ขณะนี้ในแต่ละวันจะต้องเก็บไข่ถึง 2 รอบ โดยในช่วงบ่ายเป็นการเก็บตกส่วนที่ไก่ไข่เพิ่มให้กับขาประจำในจังหวัด แม้จะไม่มากเหมือนในช่วงเช้า ก็ต้องเก็บเพราะไข่ไม่พอส่ง


     ในส่วนของปัญหาอุปสรรคของการเลี้ยงไข่ไก่ ที่อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้บริหารประเทศเข้ามาดูแลช่วยเหลือ คือในเรื่องของราคาไข่ไก่ ที่อยากให้มีราคาที่เกษตรกรสามารถอยู่ได้ ไม่ใช่บางครั้งถูกมากจนไม่คุ้มกับต้นทุนจนต้องมีการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยเข้ามานำไข่จากฟาร์มของเกษตรกรไปช่วยขายกัน เหมือนในปีที่ผ่านมา ซึ่งปีนี้ราคาไข่ดี คาดว่าจะมีเกษตรกรหันมาเลี้ยงไก่ไข่กันเป็นจำนวนมาก ไข่ไก่ก็จะออกสู่ท้องตลาดมาก ปัญหาไข่ไก่ตกต่ำก็จะเกิดขึ้นอีก.

ภาพ/ข่าว โดย จุมพล สายแวว ส.ปชส.หนองคาย

อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย - เทศบาลตำบลกองนาง แจกจ่ายกล้าไม้ผลกว่า 2 พันต้น ให้กับราษฎรในพื้นที่ ปลูกจิตสำนึกรักษ์ป่าและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติแก่ชาวกองนาง เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ



      เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 มิถุนายน 2556  ที่วัดพระยืน ตำบลกองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย นายชัยบัญชา ศรีมงคล นายกเทศมนตรีตำบลกองนาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร สมาชิกสภาเทศบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน คณะกรรมการชุมชน ร่วมกันมอบพันธุ์กล้าไม้ผลยืนต้น ให้แก่ราษฎรทุกครัวเรือนในพื้นที่ตำบลกองนาง เพื่อนำไปปลูกลงในพื้นที่ของตนเอง เพิ่มพื้นที่สีเขียวลดภาวะโลกร้อน เพิ่มจำนวนป่าไม้ ปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนในพื้นที่รักษ์ป่าและหวงแหนทรัพยากรธรรมชาติ เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ




     นายชัยบัญชา ศรีมงคล นายกเทศมนตรีตำบลกองนาง กล่าวว่า ในพื้นที่ตำบลกองนาง ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทางการเกษตร ทำให้มีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นทุกวัน เทศบาลตำบลกองนางจึงได้หาทางแก้ไข ด้วยการมอบพันธุ์ไม้ในประเภทพันธุ์มะม่วงเขียวเสวย ออกแจกจ่ายให้ประชาชนทั่วทุกพื้นที่ในตำบลกองนาง จำนวน 2,450 ต้น ได้นำกลับไปปลูกในพื้นที่ของตนเองเพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าไม้ และสามารถนำผลของมะม่วงมาจำหน่ายและบริโภคได้ ตามโครงการ ส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียงปลูกไม้ผลหลังบ้าน  โดยควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนัก ในการฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน  ให้ตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ และหันมาหวงแหนอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในชุมชน และยังเป็นการสนับสนุนโครงการ ประชาอาสาปลูกป่า 800 ล้านกล้า 80 พรรษา มหาราชินี สนองพระราชเสาวนีย์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกด้วย.

อภิชาติ แสงรุ่ง ข่าว NC News รายงาน

หนองคาย - บั้งไฟระเบิดอีกแล้ว ในงานจุดบั้งไฟที่บ้านหนองนาง โชคดีครั้งนี้ไม่มีใครได้รับอันตราย

   วันนี้ (4 มิ.ย. 56 ) ที่ท้ายวัดลัฏฐิวัน หมู่ 3 บ้านหนองนาง ตำบลหนองนาง อำเภอท่าบ่อ จังหวัดหนองคาย ได้มีงานบุญบั้งไฟประจำปี ซึ่งวันนี้เป็นการจุดบั้งไฟใหญ่บั้งไฟล้านในวันสุดท้ายของงาน บั้งไฟดังกล่าวเป็นของทีมงานบั้งไฟล้าน นรสิงค์” หนองคาย มีขนาดกว้าง 8 นิ้ว ยาว 4.00 เมตร โดยมีสกุลชัยฟาร์ม เป็นผู้สนับสนุน จนกระทั้งถึงเวลา 16.00 น. ได้เวลาจุดบั้งไฟขึ้นฟ้าเพื่อเสี่ยงทายถวายหลวงพ่อใหญ่ พระประธานในอุโบสถวัดลัฏฐิวัน ปรากฏว่า เกิดระเบิดแตกกระจายคาฐานจุดบั้งไฟ จนไฟลุกท่วม ควันโขมง  ผู้คนที่เดินทางไปร่วมชมกว่า 100 คน ต่างวิ่งหนีแตกตื่นกันจ้าระหวั่น


     หลังจากเกิดเหตุการณ์ไม่กี่นาที ผู้สื่อข่าว NCTV ท่าบ่อ, ททบ.5 หนองคาย และ TNN24 ก็เข้าไปสำรวจพื้นที่พบว่า มีเศษท่อพลาสติกที่นำมาทำบั้งไฟกระจัดกระจายไปทั่ว รวมถึงไต้ฐานจุดก็ยังมีไฟรุกไหม้  โชคดีครั้งนี้ไม่มีผู้ได้รับอันตรายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งทางคณะกรรมการจัดงานก็รีบเก็บเศษท่อพีวีซีออกจากพื้นที่ และยังดำเนินการจุดบั้งไฟชนิดอื่นๆกันต่อไป และเป็นที่น่าสังเกตอีกอย่างก็คือ ในการจัดงานจุดบั้งไฟดังกล่าว ยังไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพียงพอ ผู้เข้าชมใกล้บริเวณจุดบั้งไฟมากเกินไป  ไม่มีแผงกั้นขอบเขตบริเวณ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ไม่มี กลุ่มร้านค้าต่างๆก็ใกล้ฐานจุดบั้งไฟเสี่ยงต่อการเกิดอันตรายได้  ที่สำคัญไม่มีรถดับเพลิงในบริเวณนั้นแม้สักคันเดียว เพื่อป้องกันอันตรายจากเพลิงไหม้ได้    

     สำหรับการเกิดเหตุบั้งไปแตกครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 2 แล้วในพื้นที่จังหวัดหนองคาย โดยครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ที่ชุมชนวัดธาตุ เขตเทศบาลเมืองหนองคาย เป็นเหตุให้ น.ส.เสงี่ยม สนธิรัตน์ อายุ 41 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลปะโค ถูกไฟคลอกเสียชีวิตทันทีในรถ ส่วนนายอนุวัฒน์ พินทุวงศ์ อายุ 47 ปี อยู่เลขที่ 266 หมู่ 1 ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องส่งโรงต่อโรงพยาบาลอุดรธานี และเสียชีวิตลงเมื่อกลางดึกวันที่ 1 มิถุนายน หลังจากแพทย์พยายามรักษาอาการบาดเจ็บเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์

อภิชาติ แสงรุ่ง ข่าว NC News รายงาน

หนองคาย - เหยื่อบั้งไฟมรณะพุ่งชนเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ล่าสุด ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลงแล้ว หลังยื้อรักษามาได้ 1 สัปดาห์


      หลังเหตุบั้งไฟพุ่งรถยนต์โตโยต้าโคโรลล่า สีเขียว ทะเบียน กค 2142 หนองคาย ในงานบุญบั้งไฟเดือน 6 ที่ชุมชนวัดธาตุ ร่วมกับเทศบาลเมืองหนองคายจัดขึ้น เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 พฤษภาคม เป็นเหตุให้นายอนุวัฒน์ พินทุวงศ์ อายุ 47 ปี อยู่เลขที่ 266 หมู่ 1 ต.ปะโค อ.เมือง จ.หนองคาย ได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องส่งโรงต่อโรงพยาบาลอุดรธานี  ส่วน น.ส.เสงี่ยม สนธิรัตน์ อายุ 41 ปี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลปะโค ถูกไฟคลอกเสียชีวิตทันทีในรถที่เกิดเหตุนั้น

      ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า นายอนุวัฒน์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว และเสียชีวิตลงแล้วเมื่อกลางดึกวันที่ 1 มิถุนายน หลังจากแพทย์พยายามรักษาอาการบาดเจ็บเป็นเวลากว่า 1 สัปดาห์ ซึ่งญาติได้นำศพของ นายอนุวัฒน์ มาบำเพ็ญกุศลที่บ้านแล้ว

หนองคาย - กรมส่งเสริมการเกษตร เตรียมเป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการข้าวโพดและข้าวฟ่างแห่งชาติ ครั้งที่ 36 ที่หนองคาย วางแผนเพิ่มผลผลิตยั่งยืน รองรับ AEC


     นางพรรณพิมล ชัญญานุวัตร อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวฟ่าง เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของไทย สร้างรายได้ให้ประเทศปีละหลายพันล้านบาท แต่ต้องเผชิญปัญหาในกระบวนการผลิต ทั้งด้านการตลาด ปริมาณ และคุณภาพ ผลผลิตไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ ต้องนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่นเดียวกับ ข้าวฟ่าง และเมื่อถึงปี 2558 ที่ไทยต้องเข้าสู่ข้อตกลงเขตการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียน จะยิ่งทำให้ผลผลิตข้าวโพด ข้าวฟ่างจากต่างประเทศเข้ามาแข่งขันกับไทยมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรทั้งด้านรายได้และการตลาด


     นางพรรณพิมล กล่าวอีกว่า ดังนั้น เพื่อให้การแก้ปัญหากระบวนการผลิตข้าวโพด และข้าวฟ่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ กรมส่งเสริมการเกษตร เป็นเจ้าภาพจัดประชุมวิชาการข้าวโพด ข้าวฟ่างแห่งชาติ ครั้งที่ 36 ระหว่างวันที่ 5-7 มิถุนายน ที่โรงแรมอัศวรรณ จ.หนองคาย เพื่อระดมความเห็น ข้อมูลทางวิชาการ ผลงานวิจัย การส่งเสริมการตลาด เพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาการผลิตข้าวโพดข้าวฟ่างให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพสูง มีปริมาณเพียงพอกับการใช้ในประเทศ รวมถึงเตรียมพร้อมเข้าสู่ข้อตกลง เขตการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียน หรือ AEC  โดยประสานหน่วยงานภาครัฐ เอกชน และสถาบันการศึกษา จะได้ข้อมูลที่รอบด้าน  ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมสัมมนา มาจากกรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รวมทั้งหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนภาคเอกชน รวมทั้งสิ้น 250 คน



     มั่นใจว่าผลการประชุมวิชาการครั้งนี้ จะสร้างองค์ความรู้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวิจัย การส่งเสริม และถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกรนำไปพัฒนาเพิ่มผลผลิตข้าวโพด ข้าวฟ่างของไทยให้ได้ผลอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าว.